ฎีกาที่ 5189/2546
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การพิจารณาคดี ล้มละลาย ศาลจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาได้เพียง 2 ประการเท่านั้น ประการที่หนึ่ง มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด ประการที่สอง พิพากษายกฟ้อง บทบัญญัติมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 ไม่เปิดช่องให้ศาลมีคำวินิจฉัยในประเด็นอื่นใดนอกเหนือจากที่กล่าวได้ จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องแย้งให้ศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์กระทำหรือไม่กระทำการใดได้เพราะเป็นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม ตามคำให้การของจำเลยที่ 3 และที่ 4 กล่าวว่าขอปฏิเสธหนี้สินที่โจทก์ทั้งสามอ้างตามสัญญารับผิดชดใช้หนี้เพราะเป็นสัญญาปลอม ซึ่งมีประเด็นที่โจทก์ทั้งสามจะต้องนำสืบถึงหนี้สินตามที่อ้างในคำฟ้อง และหากศาลพิจารณาแล้วเชื่อว่าสัญญารับผิดชดใช้หนี้เป็นสัญญาปลอมดังที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การต่อสู้ศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้องสถานเดียว จำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงไม่มีสิทธิฟ้องแย้งขอให้ศาลพิพากษาว่าสัญญารับผิดชดใช้หนี้เป็นสัญญาปลอม
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งหกเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยทั้งหกเป็นบุคคล ล้มละลาย จำเลยที่ 3 และที่ 4 ยื่นคำให้การต่อสู้คดีขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้ศาลพิพากษาว่าสัญญารับผิดชดใช้หนี้เป็นสัญญาปลอม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลยที่ 3 และที่ 4 แต่เห็นว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่อาจฟ้องแย้งได้ จึงไม่รับฟ้องแย้ง จำเลยที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดี ล้มละลาย พิพากษายืน จำเลยที่ 3 และที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี ล้มละลาย วินิจฉัยว่า "คดีคงมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 3และที่ 4 ว่า ศาลล่างทั้งสองไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยที่ 3 และที่ 4 นั้น ชอบหรือไม่ ในปัญหาข้อนี้จำเลยที่ 3 และที่ 4 ฎีกาว่า เมื่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล ล้มละลาย และวิธีพิจารณาคดี ล้มละลาย พ.ศ. 2542 มิได้มีข้อห้ามโดยชัดแจ้งในการฟ้องแย้ง เมื่อจำเลยที่ 3 และที่ 4 ยื่นคำให้การตามกฎหมายแล้วย่อมมีสิทธิฟ้องแย้งได้ เห็นว่า คดี ล้มละลาย เป็นคดีที่ฟ้องให้จัดการทรัพย์สินของบุคคลผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายของบุคคลผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวนั้น การพิจารณาคดี ล้มละลาย ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อจะชี้ขาดหรือพิพากษาบังคับให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์โดยเฉพาะ จึงย่อมผิดแผกแตกต่างกับการพิจารณาคดีแพ่งสามัญ โดยพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 บัญญัติว่า "ในการพิจารณาคดี ล้มละลาย ตามคำฟ้องของเจ้าหนี้นั้น ศาลต้องพิจารณาเอาความจริงตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9 หรือมาตรา 10 ถ้าศาลพิจารณาได้ความจริง ให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด แต่ถ้าไม่ได้ความจริงหรือลูกหนี้นำสืบได้ว่าอาจชำระหนี้ได้ทั้งหมดหรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ ล้มละลาย ให้ศาลยกฟ้อง" จากบทบัญญัติมาตรานี้ประเด็นสำคัญในคดี ล้มละลาย จึงอยู่ที่ว่าจำเลยซึ่งถูกฟ้องขอให้ ล้มละลาย เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวและเป็นหนี้โจทก์จำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า1,000,000 บาท สำหรับจำเลยซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา หรือไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาทสำหรับจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือไม่ หากศาลพิจารณาได้ความจริงศาลจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด แต่ถ้าไม่ได้ความจริงหรือแม้ได้ความจริงว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว หากแต่จำเลยนำสืบได้ว่าอาจชำระหนี้ได้ทั้งหมดหรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลย ล้มละลาย ศาลจะต้องพิพากษายกฟ้อง จึงเห็นได้ว่าในการพิจารณาคดี ล้มละลาย ศาลจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาได้เพียง 2 ประการเท่านั้น ประการที่หนึ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด ประการที่สองพิพากษายกฟ้อง บทบัญญัติมาตรา 14 ไม่เปิดช่องให้ศาลมีคำวินิจฉัยในประเด็นอื่นใดนอกเหนือจากที่กล่าวได้ จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องแย้งให้ศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์กระทำหรือไม่กระทำการใดได้อีกเพราะเป็นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม คดีนี้ตามคำให้การของจำเลยที่ 3 และที่ 4 กล่าวโดยชัดแจ้งว่าขอปฏิเสธหนี้สินที่โจทก์ทั้งสามอ้างตามสัญญารับผิดชดใช้หนี้เพราะเป็นสัญญาปลอม ซึ่งมีประเด็นที่โจทก์ทั้งสามจะต้องนำสืบถึงหนี้สินตามที่อ้างในคำฟ้องและหากศาลพิจารณาแล้วเชื่อว่าสัญญารับผิดชดใช้หนี้เป็นสัญญาปลอมดังที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การต่อสู้ ศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้องสถานเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้จำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงไม่มีสิทธิฟ้องแย้ง ขอให้ศาลพิพากษาว่าสัญญารับผิดชดใช้หนี้เป็นสัญญาปลอมที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาต้องตามกันมาไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยที่ 3 และที่ 4 นั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5189/2546 เครดิต ซูอิสเซ่ กับพวก โจทก์ บริษัท พิบูลย์บัณกิจ จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 177 วรรคสาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 14