ฎีกาที่ 7507/2546
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามหนังสือสัญญา ค้ำประกัน จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่า สัญญา ค้ำประกัน ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วน จึงไม่ชอบเท่านั้น จำเลยไม่ได้ให้การปฏิเสธโดยแจ้งชัดว่าจำเลยไม่ได้ตกลงทำสัญญา ค้ำประกัน กับโจทก์ จึงต้องถือว่าจำเลยยอมรับว่าได้มีการตกลงทำสัญญา ค้ำประกัน กับโจทก์ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยทำสัญญา ค้ำประกัน กับโจทก์ตามฟ้องจริง โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยหนังสือสัญญา ค้ำประกัน เป็นหลักฐานในคดีแต่ประการใด แม้สัญญา ค้ำประกัน ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนก็ไม่เป็นกรณีต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินตามเช็ค และสัญญา ค้ำประกัน การชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็คจำนวน 7,844,883.93 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 21 ต่อปี จากต้นเงิน 7,259,677 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 4 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 4 ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน 7,844,883.93 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี จากต้นเงิน 7,259,677 บาท นับแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้หักเงินจำนวน 946,499.08 บาท ที่โจทก์ได้รับชำระภายหลังฟ้องออก กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียม แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 อุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ จำเลยที่ 4 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ปัญหาที่จำเลยที่ 4 ฎีกาว่า สัญญา ค้ำประกัน ตามเอกสารหมาย จ. 10 ซึ่งปิดอากรแสตมป์เพียง 5 บาท เป็นตราสารที่ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย เพราะประมวลรัษฎากรกำหนดไว้ว่าต้องปิดอากรแสตมป์ 10 บาท โจทก์จึงไม่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 4 ให้การต่อสู้คดีเพียงว่า สัญญา ค้ำประกัน ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ ครบถ้วน จึงไม่ชอบเท่านั้น จำเลยที่ 4 ไม่ได้ให้การปฏิเสธโดยแจ้งชัดว่า จำเลยที่ 4 ไม่ได้ตกลงทำสัญญา ค้ำประกัน กับโจทก์ จึงต้องถือว่า จำเลยที่ 4 ยอมรับว่าได้มีการตกลงทำสัญญา ค้ำประกัน กับโจทก์ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 4 ทำสัญญา ค้ำประกัน กับโจทก์ตามฟ้องจริง โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยหนังสือสัญญา ค้ำประกัน เป็นหลักฐานในคดีประการใด แม้สัญญา ค้ำประกัน ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนก็ไม่เป็นกรณีต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 4 ทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน โจทก์ไม่ได้แก้ฎีกา จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7507/2546 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์อินเตอร์เครดิตแอนด์ทรัสต์ จำกัด โจทก์ บริษัทไดแกรมอุตสาหกรรม จำกัด กับพวก จำเลย ป.รัษฎากร ม. 118 ป.พ.พ. ม. 680