ฎีกาที่ 6512/2546
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
จำเลยทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ให้ดำเนินการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศโดยทางเรือเดินทะเล โดยจำเลยจะรับตู้คอนเทนเนอร์เปล่าจากโจทก์ไปบรรจุสินค้าที่โรงงานของจำเลย แล้วนำกลับมาส่งมอบแก่โจทก์ที่ลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์เพื่อให้โจทก์ดำเนินการขนส่งทางเรือไปยังต่างประเทศ และโจทก์ได้นำตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งบรรจุสินค้าของจำเลยไปฝากไว้ยังท่าเรือแหลมฉบังเพื่อเตรียมการขนส่งทางเรือ เมื่อจำเลยได้ขอยกเลิกการส่งสินค้าโดยขอรับตู้คอนเทนเนอร์กลับไปขนสินค้าออกแล้วนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่าส่งคืนโจทก์ อันเป็นการใช้สิทธิตาม พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 36 จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายที่โจทก์ผู้ขนส่งได้เสียไปเพื่อจัดการในการขนส่งให้แก่โจทก์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตราเดียวกัน และเมื่อพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มิได้บัญญัติ อายุความ ของสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในกรณีเช่นนี้ไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 ซึ่งมีกำหนด อายุความ 10 ปี มาใช้บังคับ บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/34 (3) ซึ่งมีกำหนด อายุความ 2 ปี ไม่อาจนำมาใช้บังคับกับการรับขนของทางทะเลในกรณีนี้ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 557,518.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 2 ตุลาคม 2543) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบกิจการรับขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ โดยใช้ชื่อสายการเดินเรือว่ายูนิกลอรี่ มารีน ไลน์ โจทก์โดยนายลี มัน ชิ ได้มีหนังสือแต่งตั้งบริษัทกรีนสยาม จำกัด เป็นตัวแทนในการรับจองระวางขนส่งสินค้าทางทะเลไปต่างประเทศและในการส่งมอบสินค้าที่ขนส่งทางทะเลเข้ามายังประเทศไทย ตามหนังสือแต่งตั้งเอกสารหมาย จ. 3 เมื่อระหว่างเดือนพฤษภาคม 2540 ถึงเดือนกันยายน 2540 จำเลยติดต่อกับบริษัทกรีนสยาม จำกัด ให้ดำเนินการขนส่งสินค้าจำพวกกระดาษไม่อาบหรือเคลือบ (Uncoated Woodfree) บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์จากประเทศไทยไปต่างประเทศโดยทางเรือเดินทะเล โดยจำเลยต้องมารับตู้คอนเทนเนอร์เปล่าจากบริเวณลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ไปยังโรงงานของจำเลยเพื่อนำสินค้าบรรจุเข้าตู้คอนเทนเนอร์แล้วนำไปส่งให้แก่โจทก์ที่ลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์เพื่อให้โจทก์นำบรรทุกลงเรือเดินทะเลไปส่งยังต่างประเทศ โดยในช่วงระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม 2540 ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2540 จำเลยได้รับตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 9 ตู้ ไปจากลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ที่สถานีลาดกระบังเพื่อไปบรรจุสินค้าแล้วนำมาส่งให้โจทก์ และในระหว่างวันที่ 19 กรกฎาคม 2540 ถึงวันที่ 13 กันยายน 2540 จำเลยได้รับตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 5 ตู้ ไปจากลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ที่สถานีลาดกระบังเพื่อไปบรรจุสินค้าแล้วนำกลับมาส่งให้โจทก์ โจทก์ได้จัดส่งตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดไปยังลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อรอการขนส่งทางเรือไปยังต่างประเทศ แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2540 จำเลยได้ขอยกเลิกการส่งสินค้าจำนวน 5 ตู้คอนเทนเนอร์ช่วงหลัง ในวันที่ 27 และ 28 กุมภาพันธ์ 2541 จำเลยได้ขอยกเลิกการส่งสินค้าจำนวน 9 ตู้คอนเทนเนอร์ในช่วงแรก โดยขอรับตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าทั้ง 14 ตู้ กลับคืนไปในวันดังกล่าว แล้วนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่าทั้ง 14 ตู้ ส่งคืนที่ลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ที่สถานีลาดกระบัง การบอกเลิกสัญญาดังกล่าวของจำเลยทำให้โจทก์ต้องรับผิดชำระค่าใช้จ่ายในการยกตู้คอนเทนเนอร์ ค่าฝากตู้คอนเทนเนอร์ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นให้แก่บริษัทเอเวอร์กรีน คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการท่าเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เป็นเงินรวม 300,000 บาท โจทก์ได้ทวงถามจำเลยให้ชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าวแล้ว จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2543 ?มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยในข้อต่อไปว่า ฟ้องโจทก์ขาด อายุความ หรือไม่ จำเลยอุทธรณ์ว่า ค่าใช้จ่ายที่โจทก์เรียกร้องในคดีนี้เกิดขึ้นบนบก มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่งทางทะเล จึงต้องนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (3) ซึ่งมีกำหนด อายุความ สองปีมาใช้บังคับ จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 มาใช้บังคับไม่ได้ ฟ้องโจทก์จึงขาด อายุความ นั้น เห็นว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในคดีนี้เกิดขึ้นจากการที่จำเลยทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ให้ดำเนินการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศโดยทางเรือเดินทะเล โดยจำเลยจะรับตู้คอนเทนเนอร์เปล่าจากโจทก์ไปบรรจุสินค้าที่โรงงานของจำเลย แล้วนำกลับมาส่งมอบแก่โจทก์ที่ลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์เพื่อให้โจทก์ดำเนินการขนส่งทางเรือไปยังต่างประเทศ และโจทก์ได้นำตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งบรรจุสินค้าของจำเลยตามฟ้องไปฝากไว้ยังท่าเรือแหลมฉบังเพื่อเตรียมการขนส่งทางเรือ เมื่อจำเลยได้ขอยกเลิกการส่งสินค้าโดยขอรับตู้คอนเทนเนอร์ตามฟ้องกลับไปขนสินค้าออกแล้วนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่าส่งคืนโจทก์ อันเป็นการใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 มาตรา 36 ที่บัญญัติว่า ในระหว่างที่ของอยู่ในความดูแลของผู้ขนส่ง ผู้ส่งของจะสั่งให้ผู้ขนส่งงดการส่งของนั้นไปหรือส่งกลับคืนมาก็ได้ จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายที่โจทก์ผู้ขนส่งได้เสียไปเพื่อจัดการในการขนส่งให้แก่โจทก์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตราเดียวกัน และเมื่อพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 มิได้บัญญัติ อายุความ ของสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในกรณีเช่นนี้ไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 ซึ่งมีกำหนด อายุความ 10 ปี มาใช้บังคับ บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (3) ซึ่งมีกำหนด อายุความ 2 ปี ไม่อาจนำมาใช้บังคับกับการรับขนของทางทะเลในกรณีนี้ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่ขาด อายุความ นั้น ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 3,000 บาท แทนโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6512/2546 บริษัทยูนิกลอรี่ มารีน คอร์ปอเรชั่น จำกัด โจทก์ บริษัทเกษตรรุ่งเรืองพืชผล จำเลย ป.พ.พ. ม. 193/30 , ม. 193/34 (3) , ม. 626 พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 ม. 36