ฎีกาที่ 5688/2545
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ทรัพย์สินที่ทำการ เช่าซื้อ กันนั้นผู้ให้ เช่าซื้อ อาจนำทรัพย์สินที่จะมีกรรมสิทธิ์ในอนาคตออกให้ เช่าซื้อ ล่วงหน้าได้ ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 ประสงค์จะซื้อเครื่องจักรพิพาทโดยให้โจทก์ออกเงินลงทุนให้เพื่อชำระให้แก่เจ้าของทรัพย์ แล้วจำเลยที่ 1 ทำสัญญา เช่าซื้อ เครื่องจักรดังกล่าวกับโจทก์ในวันเดียวกับที่จำเลยที่ 1 รับเงินลงทุนไปจากโจทก์ หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 จึงได้ชำระเงินค่าเครื่องจักรให้แก่ผู้ขายซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์ อันเป็นผลให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในเครื่องจักรที่ให้จำเลยที่ 1 ทำสัญญา เช่าซื้อ ไปก่อนหน้านั้นแล้ว สัญญา เช่าซื้อ จึงมีผลใช้บังคับได้ หาได้ตกเป็นโมฆะไม่ ตามประมวลรัษฎากรฯ มาตรา 118 บัญญัติเพียงว่าตราสารใดที่ไม่ปิดแสตมป์ครบจำนวนและได้ขีดฆ่าแล้ว จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้เท่านั้นไม่ได้บังคับถึงเวลาที่ปิดและขีดฆ่า เมื่อต้นฉบับสัญญา เช่าซื้อ ที่โจทก์นำสืบในชั้นพิจารณาได้ปิดอากรแสตมป์ครบจำนวนและขีดฆ่าแล้ว และทั้งเมื่อโจทก์อ้างส่งต้นฉบับสัญญา เช่าซื้อ ดังกล่าวต่อศาลก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้โต้แย้งถึงความถูกต้องของต้นฉบับสัญญา เช่าซื้อ นั้น จึงรับฟังต้นฉบับสัญญา เช่าซื้อ เป็นพยานหลักฐานได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบเครื่องจักรที่ เช่าซื้อ คืนโจทก์หากคืนไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน 2,500,000 บาท หากคืนทรัพย์ที่ เช่าซื้อ แล้วทรัพย์อยู่ในสภาพชำรุด โจทก์ขายได้เงินไม่ครบ จำเลยทั้งสองจะต้องร่วมกันชดใช้ในส่วนที่ขาดจนครบ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 1,083,325 บาท และค่าเสียหายต่อไปอีกเดือนละ 100,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะได้รับมอบทรัพย์ที่ เช่าซื้อ คืนหรือใช้ราคา กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 250,832.75 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7 ของเงินค่าเสียหายทั้งหมด นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองส่งมอบเครื่องจักรที่ เช่าซื้อ คืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน1,750,000 บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์ เป็นเงิน500,000 บาท และใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ต่อไปอีกเดือนละ 50,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบเครื่องจักรที่ เช่าซื้อ คืนหรือใช้ราคาแทนแต่ไม่เกิน10 เดือน เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน 700,000 บาท และใช้ค่าเสียหายต่อไปอีกเดือนละ 70,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบเครื่องจักรที่ เช่าซื้อ หรือใช้ราคาแทนแก่โจทก์แต่ไม่เกิน 10 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองในประการแรกว่า สัญญา เช่าซื้อ ตามเอกสารหมาย จ.4 เป็นโมฆะเนื่องจากโจทก์เพิ่งมีกรรมสิทธิ์ในเครื่องจักรที่ เช่าซื้อ ภายหลังวันทำสัญญา เช่าซื้อ หรือไม่ เห็นว่า ทรัพย์สินที่ทำการ เช่าซื้อ กันนั้นผู้ให้ เช่าซื้อ อาจนำทรัพย์สินที่จะมีกรรมสิทธิ์ในอนาคตออกให้ เช่าซื้อ ล่วงหน้าได้ ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 ประสงค์จะซื้อเครื่องจักรพิพาทโดยให้โจทก์ออกเงินลงทุนให้เพื่อชำระให้แก่เจ้าของทรัพย์ แล้วจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญา เช่าซื้อ เครื่องจักรดังกล่าวกับโจทก์ตามสัญญา เช่าซื้อ เอกสารหมาย จ.4 ในวันเดียวกับที่จำเลยที่ 1 รับเงินลงทุนไปจากโจทก์ หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 จึงได้ชำระเงินค่าเครื่องจักรให้แก่ผู้ขายซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์ อันเป็นผลให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในเครื่องจักรที่ให้จำเลยที่ 1 ทำสัญญา เช่าซื้อ ไปก่อนหน้านั้นแล้ว สัญญา เช่าซื้อ ตามเอกสารหมาย จ.4 ดังกล่าวจึงมีผลใช้บังคับได้ หาได้ตกเป็นโมฆะดังที่จำเลยทั้งสองกล่าวอ้างในฎีกาไม่ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาคัดค้านการนำสืบสัญญา เช่าซื้อ ตามเอกสารหมาย จ.4โดยอ้างเหตุสำเนาสัญญา เช่าซื้อ ที่โจทก์แนบท้ายคำฟ้องไม่ถูกต้องตรงกับต้นฉบับเพราะมิได้ปิดอากรแสตมป์ครบจำนวนนั้น เห็นว่า ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 บัญญัติเพียงว่าตราสารใดที่ไม่ปิดแสตมป์ครบจำนวนและได้ขีดฆ่าแล้ว จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้เท่านั้น ไม่ได้บังคับถึงเวลาที่ปิดและขีดฆ่า เมื่อต้นฉบับสัญญา เช่าซื้อ ตามเอกสารหมาย จ.4 ที่โจทก์นำสืบในชั้นพิจารณาได้ปิดอากรแสตมป์ครบจำนวนและขีดฆ่าแล้ว และทั้งเมื่อโจทก์อ้างส่งต้นฉบับสัญญา เช่าซื้อ ดังกล่าวต่อศาล ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้โต้แย้งถึงความไม่ถูกต้องของต้นฉบับสัญญา เช่าซื้อ นั้น จึงรับฟังต้นฉบับสัญญา เช่าซื้อ ตามเอกสารหมาย จ.4 เป็นพยานหลักฐานได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5688/2545 บริษัท บางกอก ลิสซิ่ง จำกัด โจทก์ บริษัท สาธรเวอร์ค จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 572 ป.รัษฎากร ม. 118