ฎีกาที่ 9724/2545
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ตามข้อกำหนดคดีภาษี พ.ศ.2539 ข้อ 10 วรรคสี่ ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น กำหนดกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานไว้ว่า คู่ความซึ่งขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานจะต้องแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลได้ว่า มีเหตุอันสมควรที่ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่า 7 วัน การที่โจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยาน โดยอ้างว่าได้ปรับปรุงซ่อมแซมที่ทำการของโจทก์ ได้เคลื่อนย้ายเอกสารต่าง ๆ และกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์เดินทางไปต่างประเทศไม่สามารถหาเอกสารยื่นต่อศาลได้ทันนั้น มิใช่เหตุขัดข้องในการยื่นบัญชีระบุพยาน กรณีไม่มีเหตุอันสมควรจะอนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีตามหนังสือเลขที่ 5200020/5/100592 ถึง 100598 ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2541 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เลขที่ชบ/28 ถึง 34/2543 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2543 กับขอให้งดหรือลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มประเภทขายปลีกเครื่องโทรศัพท์ ปรากฏว่าโจทก์มีรายการภาษีซื้อสูงกว่าภาษีขายอันเป็นการผิดปกติ เจ้าพนักงานประเมินจึงทำการตรวจปฏิบัติการทั่วไป พบว่าโจทก์ไม่จัดทำรายการภาษีซื้อหรือรายงานภาษีขายภายใน 3 วันทำการ และมิได้จัดทำใบกำกับภาษีโดยทันที โจทก์ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้โจทก์มิได้นำรายการส่วนลดหรือค่าตอบแทนจากการเปิดเลขหมายมาแสดงในงบการเงินกับออกใบกำกับภาษีขายบางฉบับไม่ถูกต้อง ทำให้ไม่สามารถตรวจหาราคาขายที่แท้จริงได้ เจ้าพนักงานประเมินจึงต้องตรวจสอบจากผู้ประกอบการรายอื่นเพื่อเปรียบเทียบและทำการประเมินราคาสินค้าของโจทก์เพิ่มขึ้นโดยใช้ราคาขายปลีกที่ผู้นำเข้ากำหนดให้ตัวแทนคิดเอาจาก ผู้บริโภค ซึ่งถือว่าเป็นราคาตลาดตามมาตรา 79/3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร โจทก์จำหน่ายสินค้าในราคาเท่าทุนหรือต่ำกว่าทุนเป็นการจำหน่ายสินค้าต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุสมควร การที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 88 , 79/3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ทำการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มของโจทก์เพิ่มขึ้นเป็นการกระทำที่ชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้ว การที่โจทก์ออกหลักฐานใบกำกับภาษีขายอันเป็นเท็จและแสดงข้อมูลฐานภาษีขายต่ำแต่ภาษีซื้อสูง โจทก์มีเจตนาหลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากรอย่างชัดแจ้ง จึงไม่มีเหตุที่จะงดหรือลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง โจทก์ไม่ยื่นบัญชีระบุพยานภายในกำหนด วันที่ 21 พฤศจิกายน 2543 ซึ่งเป็นวันนัดชี้สองสถานโจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์มิได้มีเจตนาไม่ยื่นบัญชีระบุพยานและยื่นต้นฉบับเอกสารต่อศาล เนื่องจากมีการซ่อมแซมที่ทำการโจทก์ต้องเคลื่อนย้ายเอกสาร และกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์เดินทางไปต่างประเทศ ทำให้ไม่สามารถค้นหาและจัดเตรียมได้ทัน ขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานและยื่นต้นฉบับเอกสารต่อศาล ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง วันที่ 6 ธันวาคม 2543 ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรพิจารณาแล้ว ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า มีเหตุอันสมควรอนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานและยื่นต้นฉบับเอกสารหรือไม่ ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ช่วงเดือนกันยายน ถึงตุลาคม 2543 โจทก์ปรับปรุงซ่อมแซมที่ทำการของโจทก์ ได้เคลื่อนย้ายเอกสารต่าง ๆ และกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์เดินทางไปต่างประเทศ ไม่สามารถหาเอกสารยื่นต่อศาลได้ทันนั้น เห็นว่า เหตุขัดข้องตามที่โจทก์อ้างดังกล่าว มิใช่เหตุขัดข้องในการยื่นบัญชีระบุพยาน เป็นเพียงเหตุที่อาจทำให้โจทก์ไม่สามารถยื่นต้นฉบับเอกสารต่อศาลได้เท่านั้น กรณีไม่มีเหตุอันสมควรจะอนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ.2539 ข้อ 10 วรรคสี่ ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ดังนั้นจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่า มีเหตุอันสมควรจะอนุญาตให้โจทก์ยื่นต้นฉบับเอกสารหรือไม่ต่อไป ที่ศาลภาษีอากรกลางไม่อนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานและยื่นต้นฉบับเอกสารต่อศาลชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9724/2545 บริษัทบ้านบึงเทเลคอมลิงค์ จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย ข้อกำหนดคดีภาษีอากร ม. 10