ฎีกาที่ 7344/2545
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การออกโฉนดที่ดินเป็นงานที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมที่ดิน เมื่อโจทก์เห็นว่าการออกโฉนดที่ดิน คลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องกรมที่ดินได้ แม้ป.ที่ดิน มาตรา 61 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมโดย ป.ที่ดิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2428 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จะมีบทบัญญัติให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินสำหรับจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานครที่ออกโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม ก็เป็นเพียงบทบัญญัติที่กฎหมายประสงค์จะกระจายอำนาจให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งเพิกถอนโฉนดได้ด้วยเท่านั้น ไม่ได้ห้ามมิให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการออกโฉนดที่ดินฟ้องกรมที่ดินแต่อย่างใด โจทก์ในฐานะผู้จัดการ มรดก ของผู้ตายฟ้องขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินของจำเลยที่ 2 เลขที่ 3816 ในส่วนรุกล้ำเข้ามาในโฉนดที่ดินพิพาทของผู้ตาย ตาม ป.ที่ดิน มาตรา 61 เป็นการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินของผู้ตาย ซึ่งไม่มีกำหนดอายุความและไม่อยู่ในบังคับของ ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ดังนั้น แม้จะเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองไปทำการเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 13816 ตำบลบางเลน (บางยุง) อำเภอบางเลน (บางปลา) จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี) ในส่วนที่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ (ที่ถูก ของผู้ตาย) หากจำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการ ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทน และให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่ วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง? ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม? ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ? ขอให้ ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม? ที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 โดยการครอบครอง ปรปักษ์? ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษาให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 13816 ตำบลบางเลน (บางยุง) อำเภอบางเลน (บางปลา) นครปฐม (นครชัยศรี) ของจำเลยที่ 2 เฉพาะในส่วนที่รุกล้ำและออกทับโฉนดที่ดินเลขที่ 4502 ของโจทก์ (ที่ถูกของ นายไวผู้ตาย) เนื้อที่ประมาณ 94 ตารางวา ตามแผนที่เอกสารหมาย จ.11 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ใน ข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ฎีกา โจทก์และจำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า? มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์ในฐานะ ผู้จัดการ มรดก ของนายไว ศรีปราง ผู้ตาย มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 13816 ของจำเลยที่ 2 หรือไม่ สำหรับจำเลยที่ 1 ซึ่งฎีกาขึ้นมาว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 บัญญัติให้อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจเพิกถอนหรือแก้ไขโฉนดที่ดินที่ออกโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายได้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ให้เพิกถอนโฉนดที่ดินที่ออกโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวได้ จำเลยที่ 1 ไม่เห็นพ้องด้วย เพราะมาตรา 61 บัญญัติให้อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจสั่งเพิกถอนแก้ไขได้สำหรับกรุงเทพมหานคร แต่ที่ดินพิพาทอยู่ในจังหวัดนครปฐม ซึ่งการเพิกถอนแก้ไขดังกล่าวเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมโดยตรง อธิบดีกรมที่ดินไม่มีอำนาจที่จะเพิกถอนแก้ไข ทั้งโฉนดที่ดินเลขที่ 13816 ที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนั้น จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมายในการออกโฉนดที่ดิน และไม่ได้เป็นผู้ออกโฉนดที่ดินให้แก่บุคคลใดด้วย จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม จึงไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะทำการเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 13816 ได้นั้น เห็นว่าการออกโฉนดที่ดินเป็นงานที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมที่ดิน เมื่อโจทก์เห็นว่าการออกโฉนดที่ดินคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องกรมที่ดินได้ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโฉนด ที่ดินเลขที่ 13816 ที่ออกให้แก่จำเลยที่ 2 ทับที่ดินโฉนดเลขที่ 4502 ของนายไวบางส่วน ตั้งแต่ก่อนที่นายไวจะถึง แก่ความตายเป็นการกล่าวอ้างว่านายไวถูกโต้แย้งสิทธิในโฉนดที่ดินเลขที่ 4502 โดยการกระทำของจำเลยที่ 1 แล้ว ซึ่งจำเลยที่ 1 ก็มิได้ให้การปฏิเสธในเรื่องนี้ โจทก์ในฐานะผู้จัดการ มรดก ของนายไวจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ได้ แม้ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 ที่แก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2528 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับ ขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จะมีบทบัญญัติให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินสำหรับจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานครที่ออกโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ตามเป็นเพียงบทบัญญัติที่กฎหมายประสงค์จะกระจายอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งเพิกถอนโฉนดได้ด้วยเท่านั้น ไม่ได้ห้ามผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการออกโฉนดที่ดินฟ้องกรมที่ดินแต่อย่างใด โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ต่อไปว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ในฐานะ ผู้จัดการการ มรดก ของผู้ตายฟ้องขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 13816 ในส่วนที่รุกล้ำเข้ามาในโฉนดที่ดินเลขที่ 4502 ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 เป็นการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินของผู้ตาย ซึ่งไม่มีกำหนดอายุความ และไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ได้ คดีไม่ขาดอายุความไม่น่าจะเป็นเวลาช้านานเพียงใด พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา 1,500 บาท ให้แก่จำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7344/2545 นางจิ้มลิ้ม ศรีปราง โจทก์ กรมที่ดิน กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 193/30 , ม. 420 , ม. 1336 ป.วิ.พ. ม. 55 , ม. 172 , ม. 145 , ม. 249 ป.ที่ดิน ม. 61