ฎีกาที่ 7141/2545
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
พ. มิได้เป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงให้ดำเนินคดีแทนโจทก์ แต่ พ. ได้แต่งทนายความให้ดำเนินคดีในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เป็นเรื่องโจทก์ดำเนินคดีผิดพลาดในเรื่องผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทนโจทก์ โดยความบกพร่องของโจทก์เอง โจทก์จะมาฎีกาโต้แย้งว่าการกระทำผิดกระบวนพิจารณาของตนเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้โจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่แก้ไขข้อผิดพลาดของตนเอง ย่อมเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้เงินกู้ 222,888.15 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงิน 150,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จและค่าเบี้ยประกันภัยทุกปีจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ ถ้าได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองบังคับชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 222,888.15 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13 ต่อปี ของต้นเงิน 150,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 กรกฎาคม 2541) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึด ที่ดิน ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 4380 ตำบลแม่ทะ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด ถ้าได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออก ขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนด ค่าทนายความ 1,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของโจทก์ไม่ชอบเพราะผู้อุทธรณ์ไม่มีอำนาจดำเนินคดีแทนโจทก์ ฉะนั้นเมื่อโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว โจทก์ชอบที่จะฎีกาคัดค้านคำวินิจฉัยนั้น แต่โจทก์หาได้ฎีกาคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่ กลับฎีกามีลักษณะก้าวล่วงศาลอุทธรณ์ภาค 5 ว่า มิได้วินิจฉัยไปให้ถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบของศาลชั้นต้น แล้วให้ศาลฎีกาแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ตลอดไปถึงให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่แล้วมีคำพิพากษาใหม่เช่นนี้ ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้ ประการต่อมา การที่โจทก์ดำเนินคดีผิดพลาดในเรื่องผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทนโจทก์เท่านั้น เป็นความบกพร่องของโจทก์เอง ดังจะเห็นได้ชัดจากการที่นางพรรณปพร มณฑากูล พยานโจทก์เบิกความยืนยันว่า ตนเป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงให้ดำเนินคดีแทนโจทก์ตามหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งหากนางพรรณปพรได้ดูหนังสือมอบอำนาจแล้ว ก็เห็นได้ว่ากรณีมิได้เป็นไปตามที่นางพรรณปพรเบิกความแต่ประการใด ดังนั้น โจทก์จะมาฎีกาโต้แย้งว่าการกระทำผิดกระบวนพิจารณาของตนเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้โจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่แก้ไขข้อผิดพลาดของตนเอง เช่นนี้ ย่อมเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7141/2545 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โจทก์ สิบเอกจิราวัฒน์ ประกอบกับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 5 ป.วิ.พ. ม. 27 , ม. 249 วรรคสอง