ฎีกาที่ 5787/2545
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
การขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์พระราชบัญญัติจัดตั้งศาล แรงงาน และวิธีพิจารณาคดี แรงงาน ฯ มาตรา 26 ได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะแล้ว จึงไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 มาอนุโลมใช้ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล แรงงาน และวิธีพิจารณาคดี แรงงาน ฯ ได้ เมื่อมาตรา 26 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าการขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ในคดี แรงงาน ตามมาตรา 54จะต้องมีเหตุสุดวิสัยหรือมีพฤติการณ์พิเศษ ฉะนั้น การที่จำเลยไม่อาจคัดสำเนาคำพิพากษาศาล แรงงาน กลางและคำให้การพยานเพื่อประกอบในการเขียนอุทธรณ์ภายในกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ย่อมเป็นความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่สมควรขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องจากวันที่ 29 พฤศจิกายน 2544 ศาล แรงงาน กลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 9,075 บาท ค่าชดเชย 4,950 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นเงิน 5,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 21 ธันวาคม 2544 ขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไป 6 วัน นับแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2544 โดยอ้างเหตุว่าผู้รับมอบอำนาจเพิ่งได้รับมอบอำนาจจากจำเลยให้ดำเนินคดีนี้เป็นคดีแรกทำให้ไม่ทราบขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ อีกทั้งจำเลยติดตามขอคัดสำเนาคำพิพากษาและคำให้การพยานตลอดมาและทราบว่าสามารถคัดสำเนาคำพิพากษาและคำให้การพยานเมื่อวันที่ 18ธันวาคม 2544 จึงได้มาขอคัดสำเนาเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2544 แต่จนกระทั่งวันยื่นคำร้องนี้ก็ยังไม่ได้รับสำเนาคำพิพากษาและคำให้การพยานทำให้จำเลยไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตามกำหนด ศาล แรงงาน กลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2544 ว่า จำเลยขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์พ้นกำหนด ทั้งมิใช่กรณีเหตุสุดวิสัย ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี แรงงาน วินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่าคดีมีเหตุขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาล แรงงาน และวิธีพิจารณาคดี แรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 26 บัญญัติเรื่องการขยายระยะเวลาไว้เป็นการเฉพาะแล้ว จึงไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 23 มาอนุโลมใช้ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล แรงงาน และวิธีพิจารณาคดี แรงงาน พ.ศ. 2522 ได้ มาตรา 26 แห่งกฎหมายดังกล่าวบัญญัติว่า"ระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่ศาล แรงงาน ได้กำหนดศาล แรงงาน มีอำนาจย่นหรือขยายได้ตามความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม" หาได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าการขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ในคดี แรงงาน ตามมาตรา 54 จะต้องมีเหตุสุดวิสัยหรือต้องมีพฤติการณ์พิเศษเช่นที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ไม่ ดังนั้น ถ้าจำเลยไม่อาจคัดสำเนาคำพิพากษาศาล แรงงาน กลางและคำให้การพยานเพื่อใช้ประกอบในการเขียนอุทธรณ์ภายในกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ย่อมเป็นความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมก็สมควรขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้ แต่การคัดสำเนาคำพิพากษาศาล แรงงาน กลางและคำให้การพยานไม่ได้ภายในกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามที่จำเลยอ้างหรือไม่เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งศาล แรงงาน กลางจะต้องไต่สวนแล้วมีคำสั่งต่อไป ที่ศาล แรงงาน กลางยกคำร้องขอจำเลยโดยไม่ไต่สวนว่ามีความจำเป็นต้องขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมหรือไม่นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษายกคำสั่งศาล แรงงาน กลางลงวันที่ 25 ธันวาคม 2544 ที่สั่งยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลย ให้ศาล แรงงาน กลางไต่สวนคำร้องดังกล่าวแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5787/2545 นาย สมชาย วงษ์ขำ โจทก์ บริษัท เอื้อวิทยาอุตสาหกรรม จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. ม. 23 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 26 , ม. 31 , ม. 54