ฎีกาที่ 6619/2545
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ทั้งสองและจำเลยตกลงกันให้ศาลชั้นต้นถอนคำสั่งอันเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา โดยจำเลยเสนอหนังสือ ค้ำประกัน ของธนาคารซึ่งเป็นบุคคลภายนอกยอมผูกพันเพื่อการชำระหนี้ตามคำพิพากษาโดยเงื่อนไขว่าหากคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี ธนาคารจึงต้องผูกพันตามข้อความในหนังสือ ค้ำประกัน ดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 กรณีไม่อาจถือว่าการเข้า ค้ำประกัน ของธนาคารต่อศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา เป็นคำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา อันจะมีผลยกเลิกไปเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี ตามมาตรา 260 (1)
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ค่าที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขาย กับหนี้ค่าถมดิน ไฟฟ้า ประปา สำนักงาน และหนี้อื่น ๆ แก่โจทก์ทั้งสองรวมเป็นเงิน 16,644,228 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น จำเลยให้การ? ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งห้ามจำเลยโอนหรือกระทำนิติกรรมใด ๆ ในที่ดินของจำเลย 175 โฉนด เป็นการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ระหว่างการไต่สวน โจทก์ทั้งสองกับจำเลยได้มีการเจรจากันและศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนการห้ามชั่วคราวที่ดินดังกล่าว 50 โฉนด โดยใช้บุคคล ค้ำประกัน จนกว่าจำเลยจะนำหนังสือ ค้ำประกัน ของธนาคารมาเป็นประกันตามที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยตกลงกัน ภายหลังศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนการห้ามชั่วคราวที่ดิน 125 โฉนด ที่เหลือ โดยจำเลยนำหนังสือ ค้ำประกัน ของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ซึ่งมีใจความว่า การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยให้รับผิดเป็นจำนวน 16,644,228 บาท นั้น ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลกขอ ค้ำประกัน จำเลยต่อศาลชั้นต้นว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว หากจำเลยแพ้คดีและไม่สามารถชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์ได้ ธนาคารยอมชำระเงินไม่เกิน 16,644,228 บาท แทนจำเลย วางเป็นประกันแทนสัญญา ค้ำประกัน ด้วยบุคคลตามที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยตกลงกัน ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองยื่นอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นคืนหนังสือ ค้ำประกัน ของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ที่วางเป็นประกัน โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้านว่า จำเลยไม่ควรขอหนังสือ ค้ำประกัน คืนก่อนคำพิพากษาถึงที่สุด ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การที่จำเลยนำหนังสือ ค้ำประกัน ของธนาคารมาเป็นหลักประกัน ก็สืบเนื่องจากคำสั่งศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ จำเลยจึงเป็นฝ่ายชนะคดี โจทก์มิได้ยื่นคำขอเพื่อแสดงว่าโจทก์จะอุทธรณ์คำพิพากษาและมีเหตุอันสมควรที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งให้วิธีการชั่วคราวยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา คำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวจึงเป็นอันยกเลิกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260 (1) จึงมีคำสั่งให้คืนหนังสือ ค้ำประกัน ของธนาคารกรุงไทย จำกัด ให้แก่จำเลย โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า แม้คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ห้ามมิให้จำเลยโอนหรือกระทำนิติกรรมใด ๆ ในที่ดินของจำเลยรวม 175 โฉนด จะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา แต่เมื่อจำเลยยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และระหว่างการไต่สวนคำขอของจำเลย โจทก์ทั้งสองและจำเลยได้มีการเจรจาตกลงกัน โดยโจทก์ยอมถอนการอายัดที่ดินทั้งหมด เมื่อจำเลยจัดหาธนาคารมา ค้ำประกัน การชำระหนี้ตามพิพากษา ต่อมาจำเลยได้นำหนังสือ ค้ำประกัน ของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก มีใจความสำคัญว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว หากจำเลยแพ้คดีและไม่สามารถชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ ธนาคารยอมชำระเงินไม่เกิน 16,644,228 บาท แทนจำเลย ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการอายัดที่ดินทั้งหมดดังกล่าว เห็นได้ว่า คำสั่งอันเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์ทั้งสองได้ถูกเพิกถอนไปแล้ว การที่จำเลยนำหนังสือ ค้ำประกัน มาวางต่อศาลชั้นต้น อันเนื่องมาจากคำขอของจำเลยที่ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งอันเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์ทั้งสอง แล้วมีการเจรจาตกลงกันโดยโจทก์ทั้งสองยอมให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่ง โดยจำเลยต้องนำธนาคารเข้ามา ค้ำประกัน การชำระหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลย หากจำเลยตกเป็นฝ่ายแพ้คดีในที่สุด การที่จำเลยเสนอหนังสือ ค้ำประกัน ของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ต่อศาล จึงเป็นเรื่องที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ยอมผูกพันตนโดยทำหนังสือ ค้ำประกัน เพื่อการชำระหนี้ตามคำพิพากษาโดยเงื่อนไขว่า หากคดีถึงที่สุดแล้วจำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี ธนาคารกรุงไทย จำกัด จึงต้องผูกพันตามข้อความในหนังสือ ค้ำประกัน ดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 กรณีไม่อาจถือได้ว่าการเข้า ค้ำประกัน ของธนาคารกรุงไทย จำกัด ต่อศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์ทั้งสอง อันจะมีผลยกเลิกไปเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260 (1) ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้คืนหนังสือ ค้ำประกัน ของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ให้แก่จำเลย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอคืนหนังสือ ค้ำประกัน ของจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6619/2545 นายปานจิตร์ เที่ยงธรรม กับพวก โจทก์ บริษัทไทยไทพิษณุ (1991) จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. ม. 254 (3) , ม. 260 (1) , ม. 274