ฎีกาที่ 3059/2545
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การได้สิทธิ ภาระจำยอม โดยอายุความ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1401 ประกอบมาตรา 1382 นั้น กฎหมายมุ่งประสงค์ให้ถือเอาการใช้ประโยชน์ของเจ้าของสามยทรัพย์เป็นสำคัญ โดยไม่ได้คำนึงว่าภารยทรัพย์นั้นจะเป็นของผู้ใดหรือเจ้าของสามยทรัพย์จะต้องรู้ตัวว่าใครเป็นเจ้าของภารยทรัพย์นั้น ดังนั้น แม้โจทก์จะใช้ประโยชน์ในทางพิพาทกว้าง 2 เมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินมีโฉนดของจำเลยรวมไปกับทางสาธารณะกว้าง 2 เมตร โดยเข้าใจว่าเป็นทางสาธารณะทั้งหมด ก็ต้องถือว่าโจทก์ได้ใช้ทางพิพาทในลักษณะจะให้ได้สิทธิ ภาระจำยอม ในที่ดินดังกล่าวแล้ว
ย่อยาว
โจทก์ทั้งห้าฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 10574 และ 10575 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ตลอดแนวทางด้านทิศตะวันตกมีความกว้าง 2 เมตร เป็นทาง ภาระจำยอม กับให้จำเลยไปจดทะเบียน ภาระจำยอม ในที่ดินดังกล่าวที่สำนักงานที่ดินจังหวัดพิษณุโลก หากไม่ไปก็ให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้จำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตเปิดเป็นทาง ภาระจำยอม หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามก็ให้โจทก์รื้อถอนโดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย และห้ามจำเลยขัดขวางการใช้ทาง ภาระจำยอม ต่อไป จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งห้าไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินสามยทรัพย์ ฟ้องโจทก์ทั้งห้าเคลือบคลุมเพราะไม่ได้บรรยายรายละเอียดว่าสภาพที่ดินของจำเลยเป็นอย่างไรและโจทก์ทั้งห้าได้ ภาระจำยอม มาอย่างไร ที่ดินของจำเลยไม่เป็นทาง ภาระจำยอม เพราะโจทก์ทั้งห้ามีทางอื่นออกสู่ทางสาธารณะได้อยู่แล้ว โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 ก็ไม่เคยเข้ามาใช้ทางที่อ้าง ทั้งโจทก์ทั้งห้าใช้มาไม่ถึงสิบปีและเป็นการใช้โดยอาศัยสิทธิของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ที่ดินของจำเลยโฉนดเลขที่ 10574 และ 10575 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ตลอดแนวทางด้านทิศตะวันตก กว้าง 2 เมตร ตกเป็นทาง ภาระจำยอม แก่ที่ดินของโจทก์ที่ 1 และให้จำเลยไปจดทะเบียน ภาระจำยอม แก่โจทก์ที่ 1 ด้วยค่าใช้จ่ายของโจทก์ที่ 1 เอง หากจำเลยไม่ไปก็ให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้จำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตออกจากทาง ภาระจำยอม และห้ามจำเลยขัดขวางการใช้ทาง ภาระจำยอม ของที่ดินของโจทก์ที่ 1 อีกต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นตามที่คู่ความนำสืบรับกันและมิได้โต้แย้งกันฟังได้ว่า ทางพิพาทกว้าง 2 เมตร อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของที่ดินโฉนดเลขที่ 10574 และ 10575 เลขที่ดิน 101 และ 102 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ยาวตลอดแนวติดกับทางสาธารณะ เป็นที่ดินในโฉนดดังกล่าวของจำเลย โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 210 และ 10587 ถึง 10589 ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ดินของจำเลยเลขที่ 102 ด้านทิศตะวันตก และติดกับถนนสาธารณะกว้าง 2 เมตร เมื่อรวมกับทางพิพาทแล้วมีความกว้าง 4 เมตร ซึ่งโจทก์ที่ 1 และชาวบ้านใช้เป็นทางเข้าออกสู่ถนนจ่านกร้องซึ่งเป็นถนนสาธารณะมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ตามรูปแผนที่จำลองเอกสารหมาย จ. 9 ต่อมาเมื่อประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2539 จำเลยนำเสาคอนกรีตมาปักเป็นแนวเขตที่ดินของจำเลยตลอดแนวทางด้านทิศตะวันตกกว้าง 2 เมตร ทำให้โจทก์ที่ 1 และชาวบ้านที่มีที่ดินอยู่ด้านในไม่สามารถใช้ทางดังกล่าวโดยนำรถยนต์ผ่านเข้าออกได้โดยสะดวกเช่นเดิม สำหรับประเด็นที่จำเลยฎีกาในประการแรกว่า สำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ. 5 ถึง จ. 8 และสำเนาแผนที่จำลองเอกสารหมาย จ. 9 ที่โจทก์ที่ 1 อ้างเป็นพยานนั้นเป็นสำเนามิใช่ต้นฉบับจึงรับฟังไม่ได้นั้น เห็นว่า จำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านการที่โจทก์ที่ 1 อ้างเอกสารดังกล่าวเป็นพยานมาในขณะที่โจทก์ที่ 1 นำพยานเข้าสืบและมิได้ยกขึ้นอุทธรณ์ เพิ่งจะหยิบยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกา จึงถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 6 เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่จำเลยฎีกาในประเด็นต่อมาว่า โจทก์ที่ 1 ใช้ทางพิพาทยังไม่ถึง 10 ปี จึงไม่ได้ ภาระจำยอม นั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยฟังว่า โจทก์ที่ 1 ใช้ทางพิพาทมาเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งจำเลยมิได้อุทธรณ์หรือแก้อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นในประเด็นดังกล่าวไว้ ทั้งยังได้แก้อุทธรณ์โดยรับว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นชอบด้วยเหตุผลและความยุติธรรมแล้ว ขอถือเอาเป็นคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยด้วย ถือว่าประเด็นดังกล่าวเป็นข้อที่จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้เช่นกัน ทั้งต้องฟังว่าโจทก์ที่ 1 ได้ใช้ทางพิพาทติดต่อกันมาเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว คดีคงมีประเด็นต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่โจทก์ที่ 1 ใช้ทางพิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินมีโฉนดของจำเลยติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว โดยเข้าใจว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะนั้น จะมีผลทำให้โจทก์ที่ 1 ได้ ภาระจำยอม ในที่ดินของจำเลยโดยอายุความหรือไม่ เห็นว่า การได้ ภาระจำยอม โดยอายุความนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยอายุความได้สิทธิดังกล่าวไว้ในลักษณะ 3 แห่งบรรพ 4 มาใช้บังคับโดยอนุโลม กล่าวคือ จะต้องเป็นกรณีที่เจ้าของสามยทรัพย์ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินภารยทรัพย์นั้นโดยความสงบและโดยเปิดเผย และด้วยเจตนาจะได้สิทธิ ภาระจำยอม ในที่ดินดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ประกอบด้วยมาตรา 1382 ซึ่งในกรณีดังกล่าวนี้กฎหมายมุ่งประสงค์ให้ถือเอาการใช้ประโยชน์ของเจ้าของสามยทรัพย์เป็นสำคัญ โดยไม่ได้คำนึงว่าภารยทรัพย์นั้นจะเป็นของผู้ใดหรือเจ้าของสามยทรัพย์จะต้องรู้ตัวว่าใครเป็นเจ้าของภารยทรัพย์นั้น ดังนั้น แม้โจทก์ที่ 1 จะใช้ประโยชน์ในทางพิพาทกว้าง 2 เมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินมีโฉนดของจำเลยรวมไปกับทางสาธารณะกว้าง 2 เมตร โดยเข้าใจว่าเป็นทางสาธารณะทั้งหมด ก็ต้องถือว่าโจทก์ที่ 1 ได้ใช้ทางพิพาทในลักษณะจะให้ได้สิทธิ ภาระจำยอม ในที่ดินดังกล่าวแล้ว เมื่อปรากฏว่าโจทก์ที่ 1 ได้ใช้ทางพิพาทติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี โดยความสงบและโดยเปิดเผยแล้วเช่นนี้ โจทก์ที่ 1 จึงได้ ภาระจำยอม ในทางพิพาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3059/2545 นางสุภาพร หมื่นสุวรรณ์หรือโพธิ์ประทุม กับพวก โจทก์ นายธนิตย์ รักตะเมธากูล จำเลย ป.พ.พ. ม. 1382 , ม. 1387 , ม. 1401