ฎีกาที่ 4737/2545
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 (ยกเลิก) มาตรา 4
พ.ศ. 2503 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 4 รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดให้สัตว์ป่าชนิดใดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1 และชนิดใดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 2 การกำหนดเช่นนี้ให้กระทำโดยระบุในกฎกระทรวง กฎกระทรวงที่ออกตามวร...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 (ยกเลิก) มาตรา 4
พ.ศ. 2535 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “สัตว์ป่า” หมายความว่า สัตว์ทุกชนิดไม่ว่าสัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ปีก แมลงหรือแมง ซึ่งโดยสภาพธรรมชาติย่อมเกิดและดำรงชีวิตอยู่ในป่าหรือในน้ำ และให้หมายความรว...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 (ยกเลิก) มาตรา 6
พ.ศ. 2535 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 6 การกำหนดให้สัตว์ป่าชนิดใดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองให้กระทำโดยกฎกระทรวง และโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ กฎกระทรวงที่ออกตามวรรคหนึ่งจะใช้บังคับตั้งแต่วันใด ให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนั...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 (ยกเลิก) มาตรา 16
พ.ศ. 2535 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 16 ห้ามมิให้ผู้ใดล่า หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่เป็นการกระทำโดยทางราชการที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 26
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 (ยกเลิก) มาตรา 19
พ.ศ. 2535 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 19 ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่จะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่กำหนดตามมาตรา 17 ที่ได้มาจ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 (ยกเลิก) มาตรา 47
พ.ศ. 2535 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 47 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 16 มาตรา 19 มาตรา 20 วรรคหนึ่งหรือมาตรา 23 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 (ยกเลิก) มาตรา 57
พ.ศ. 2535 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 57 บรรดาอาวุธ เครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ที่บุคคลได้มาหรือได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือมีไว้เนื่องในการกระทำความผิดตามมาตรา 16 มาตรา 36 มา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 (ยกเลิก) มาตรา 58
พ.ศ. 2535 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 58 บรรดาสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าดังกล่าว หรือรังของสัตว์ป่าที่บุคคลได้มาหรือมีไว้เนื่องจากการกร...
ย่อสั้น
คำฟ้องโจทก์ได้บรรยายไว้ว่า จำเลยกับพวกได้บังอาจร่วมกันล่าปะการังแข็งทุกชนิดในอันดับ Scleractinia และ Stylasterina ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งคำว่าล่า นั้น ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ได้ให้คำนิยามไว้ว่าหมายความว่า เก็บ ดัก จับ ยิง ฆ่า หรือทำอันตรายด้วยประการอื่นแก่สัตว์ป่าที่ไม่มีเจ้าของและอยู่เป็นอิสระ ดังนั้น เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันล่าปะการังแข็ง ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองย่อมหมายความถึงปะการังนั้นไม่มีเจ้าของและอยู่เป็นอิสระโดยหาต้องบรรยายถ้อยคำดังกล่าวไว้ในคำฟ้องอีก ส่วนคำบรรยายฟ้องต่อมาเป็นการบรรยายรายละเอียดถึงวิธีการล่าโดยการเก็บหรือทำอันตรายด้วยประการอื่นใด ซึ่งน่าจะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี คำฟ้องโจทก์จึงหาได้เคลือบคลุมไม่ ความผิดฐานล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง และความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง มีองค์ประกอบของความผิดแตกต่างกันและแยกต่างหากจากกัน จำเลยล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยการเก็บหรือทำอันตรายด้วยประการใด ๆ แก่สัตว์ป่าคุ้มครองย่อมเป็นการกระทำโดยเจตนาที่จะล่าสัตว์ป่าคุ้มครองและเป็นความผิดสำเร็จ เมื่อจำเลยเก็บหรือทำอันตรายแก่สัตว์ป่าคุ้มครอง และการที่จำเลยมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวน 38 กระสอบย่อมเป็นเจตนาอีกอันหนึ่งในการที่จะครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวน 38 กระสอบ แยกต่างหากจากการเป็นเก็บหรือทำอันตรายแก่สัตว์ป่าคุ้มครอง ถือได้ว่าความผิดทั้งสองฐานเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2543 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกอีกหนึ่งคนร่วมกันล่าปะการังแข็งทุกชนิดในอันดับ (Order) Scleractinia และในอันดับ (Order) Stylasterina ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2535 โดยใช้ตะกร้าพลาสติกจำนวน 1 ใบ และบุ้งกี๋จำนวน 1 ใบ เก็บหรือทำอันตรายด้วยประการใด ๆ แก่สัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าวจากบริเวณชายหาดเกาะแรดนำใส่กระสอบและบรรทุกเรือประมงจำนวน 1 ลำ และมีซากหินปะการัง (แข็ง) จำนวน 38 กระสอบอันเป็นซากสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาโดยการกระทำผิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเหตุเกิดที่ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตามวันเวลาดังกล่าว เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมซากหินปะการัง (แข็ง) จำนวน 38 กระสอบ กับตะกร้าพลาสติกจำนวน1 ใบ และบุ้งกี๋จำนวน 1 ใบ ซึ่งเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ในการกระทำความผิด และเรือประมงขนาด 3 วาเศษ จำนวน 1 ลำ ซึ่งเป็นของผู้อื่นที่มิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มาตรา 4, 6, 16, 19, 47, 57, 58 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91 ริบซากหินปะการัง (แข็ง) กับตะกร้าพลาสติกและบุ้งกี๋ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มาตรา 16, 19 วรรคหนึ่ง, 47, 57, 58 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก1 ปี 6 เดือน ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก1 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 2 ปี 12 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ริบซากหินปะการัง (แข็ง) ตะกร้าพลาสติก และบุ้งกี๋ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก2 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาว่า คำฟ้องโจทก์ในข้อหาล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มาตรา 16, 47 เคลือบคลุมเพราะไม่มีถ้อยคำว่าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ไม่มีเจ้าของและอยู่เป็นอิสระ ทำให้จำเลยเข้าใจว่าปะการังที่จำเลยเก็บนั้นเป็นปะการังที่ตายแล้ว จำเลยจึงรับสารภาพนั้น เห็นว่า คำฟ้องโจทก์ได้บรรยายไว้ว่า จำเลยกับพวกได้บังอาจร่วมกันล่าปะการังแข็งทุกชนิดในอันดับScleractinia และ Stylasterina ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งคำว่าล่า นั้น ตามมาตรา 4แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้ให้คำนิยามไว้ว่า หมายความว่า เก็บ ดัก จับ ยิง ฆ่า หรือทำอันตรายด้วยประการอื่นแก่สัตว์ป่าที่ไม่มีเจ้าของและอยู่เป็นอิสระ ดังนั้น เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันล่าปะการังแข็ง ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองย่อมหมายความถึงปะการังนั้นไม่มีเจ้าของและอยู่เป็นอิสระโดยหาต้องบรรยายถ้อยคำดังกล่าวไว้ในคำฟ้องอีก ส่วนคำบรรยายฟ้องต่อมาเป็นการบรรยายรายละเอียดถึงวิธีการล่าโดยการเก็บหรือทำอันตรายด้วยประการอื่นใด ซึ่งน่าจะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี คำฟ้องโจทก์จึงหาได้เคลือบคลุมไม่ ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยรับสารภาพเพราะไม่เข้าใจคำฟ้องดังที่จำเลยฎีกา จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในมาตรา 16 และบัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในมาตรา 19 และมาตรา 47 ได้บัญญัติว่าผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 16 และมาตรา 19... ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แสดงว่ากฎหมายมุ่งประสงค์ให้ลงโทษผู้กระทำการฝ่าฝืนมาตราใดมาตราหนึ่งหรือหลายมาตราคราวเดียวกันที่บัญญัติไว้ในมาตรา 47 เพียงกรรมเดียวไม่ใช่หลายกรรมดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น เห็นว่า การที่จะพิจารณาว่าการกระทำใดเป็นความผิดหลายกรรมหรือไม่ต้องพิจารณาจากเจตนาของผู้กระทำเป็นสำคัญ ความผิดฐานล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง และความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง มีองค์ประกอบของความผิดแตกต่างกันและแยกต่างหากจากกันจำเลยล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยการเก็บหรือทำอันตรายด้วยประการใด ๆ แก่สัตว์ป่าคุ้มครองย่อมเป็นการกระทำโดยเจตนาที่จะล่าสัตว์ป่าคุ้มครองและเป็นความผิดสำเร็จเมื่อจำเลยเก็บหรือทำอันตรายแก่สัตว์ป่าคุ้มครอง และการที่จำเลยมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวน 38 กระสอบตามฟ้อง ย่อมเป็นเจตนาอีกอันหนึ่งในการที่จะครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวน 38 กระสอบ แยกต่างหากจากการเก็บหรือทำอันตรายแก่สัตว์ป่าคุ้มครองถือได้ว่าความผิดทั้งสองฐานเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องแยกความผิดทั้งสองฐานออกจากกันเป็นข้อก และข้อข ชัดเจน และมีคำขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดทั้งสองฐานโดยอ้างประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 มาด้วย ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในส่วนนี้ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4737/2545 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดพัทยา โจทก์ นาง บังอร แก้วอำไพหรือนิเต็ง จำเลย ป.อ. ม. 91 ป.วิ.อ. ม. 158 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ม. 16 , ม. 19 , ม. 47 , ม. 57