ฎีกาที่ 5350/2545
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 74 ทวิ
พ.ศ. 2484 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 74 ทวิ บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดหรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามมาตรา 11 มาตรา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 27 ทวิ
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 27 ทวิ ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 4
พ.ศ. 2489 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ คำว่า “สินบน” หมายความว่า เงินตราที่จ่ายให้แก่ผู้นำจับ “รางวัล” หมายความว่า เงินตราที่จ่ายให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผู้กระทำความผิด “ผู้นำจับ” หม...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 5
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 5 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่ความผิดซึ่งเกิดขึ้นตามกฎหมายว่าด้วย 1. การควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน 2. การศุลกากร 3. การสำรวจและกักกันข้าว 4. การป้อ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 6
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 6 ผู้นำจับมีสิทธิได้รับสินบน และพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผู้กระทำผิดมีสิทธิได้รับรางวัล
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 7
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 7 สินบนและรางวัลให้จ่ายจากเงินที่ได้จากการขายของกลางซึ่งศาลสั่งริบเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ในกรณีที่ศาลมิได้สั่งริบของกลางหรือของกลางที่ศาลสั่งริบนั้นไม่อาจขายได้ ให้จ่ายจากเงิน...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 8
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 8 ให้จ่ายสินบนร้อยละสามสิบของราคาของกลางหรือค่าปรับ ให้จ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบห้าของราคาของกลางหรือค่าปรับ ในกรณีที่ไม่มีผู้นำจับ ให้จ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 9
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 9 ในการยื่นฟ้องผู้กระทำผิดซึ่งผู้นำจับหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีสิทธิจะได้รับเงินสินบนหรือรางวัลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้จ่ายสินบนหรือรางวัล
ย่อสั้น
การคัดสำเนา พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามฯ ไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ มาตรา 5 นั้น ไม่ใช่องค์ประกอบความผิดข้อหาทำไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต หากแต่เป็นเพียงวิธีการให้พนักงานเจ้าหน้าที่กระทำเพื่อมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดโต้แย้งว่ายังไม่ทราบพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเท่านั้น โจทก์จึงไม่จำต้องบรรยายเรื่องการคัดสำเนา พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามฯ มาในฟ้องด้วย ทั้งการที่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องและนำสืบเกี่ยวกับข้อเท็จจริงนี้ ก็หามีผลทำให้จำเลยทั้งห้าไม่ทราบว่าไม้ของกลางเป็นไม้หวงห้ามไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้ากับพวกอีก 5 คน ที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกัน บุกรุก เข้าไปแผ้วถางและทำไม้ในป่าไร่คอก โดยตัด ฟัน เลื่อย ไม้ยาง ไม้สัก ไม้กอ ไม้แลนบาน ไม้แดงควน ไม้นากบุด และไม้เลือดควาย ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. จำนวน 27 ตัน ปริมาตร 28.83 ลูกบาศก์เมตร แล้วยึดถือครอบครองที่ดินประมาณ 5 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยทั้งห้ากับพวกร่วมกันมีไม้หวงห้ามประเภท ก. อันยังมิได้แปรรูปจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขาย และจำเลยทั้งห้ากับพวกซื้อหรือรับไว้ซึ่งเครื่องเลื่อยยนต์ 1 เครื่อง ราคา 3,000 บาท ซึ่งเป็นของที่มีถิ่นกำเนิดและผลิตในประเทศเยอรมัน อันเป็นของต้องห้ามต้องจำกัด และมีผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากรอันเป็นการฉ้อค่าภาษีของรัฐบาลที่จะต้องเสียค่าภาษีอากรขาเข้า โดยจำเลยทั้งห้ากับพวกรู้อยู่แล้วว่าเป็นของที่ผู้อื่นลักลอบนำและพาหนีศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรข้อห้ามข้อจำกัดที่ต้องเสีย 900 บาท รวมราคาของและอากรเข้าด้วยกันจำนวน 3,900 บาท เจ้าพนักงานยึดได้ไม้หวงห้ามดังกล่าว เครื่องเลื่อยยนต์ 1 เครื่อง และรถจักรยานยนต์ 1 คัน ที่ได้มาจากการกระทำความผิด ใช้ในการกระทำความผิด และได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4, 5,6, 7, 11, 54, 69, 73, 74, 74 ทวิ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิพระราชบัญญัติให้บำเหน็จการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 4, 5, 6,7, 8, 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบของกลาง และจ่ายเงินรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมาย จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11 (ที่ถูกมาตรา 11 วรรคหนึ่ง, 73 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จำคุกคนละ 6 ปี และจำเลยที่ 5 มีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ ปรับ 15,600 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 5 มีกำหนด 6 ปี และปรับ 15,600 บาท จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 คงจำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 คนละ 4 ปี จำเลยที่ 5จำคุก 4 ปี และปรับ 10,400 บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ริบไม้และเครื่องเลื่อยยนต์ของกลางจ่ายเงินรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมาย คำขอและข้อหาอื่นให้ยก จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยทั้งห้าฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัย "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องนายดาบตำรวจพีระ ศิริมังคะโล กับพวกจับกุมจำเลยทั้งห้าและยึดได้ไม้ยาง ไม้สัก ไม้กอ ไม้แลนบาน ไม้แดงควน ไม้นากบุด ไม้ชวดและไม้เลือดควาย ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. 27 ตัน ปริมาตร 28.83 ลูกบาศก์เมตร กับเครื่องเลื่อยยนต์1 เครื่อง ซึ่งเป็นของที่มีถิ่นกำเนิดและผลิตในประเทศเยอรมันอันเป็นของต้องห้ามต้องจำกัด และมีผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร และจำเลยที่ 5 รับไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของผู้อื่นลักลอบนำและพาหนีศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรดังกล่าวเป็นของกลาง ที่จำเลยทั้งห้าฎีกาว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องและนำสืบว่าได้คัดสำเนาพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530 ไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 5 ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิด ทำให้จำเลยทั้งห้าไม่ทราบว่าไม้ของกลางเป็นไม้หวงห้ามนั้น เห็นว่า การคัดสำเนาพระราชกฤษฎีกาไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ดังกล่าวไม่ใช่องค์ประกอบความผิดข้อหาทำไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตหากแต่เป็นเพียงวิธีการให้พนักงานเจ้าหน้าที่กระทำเพื่อมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดโต้แย้งว่ายังไม่ทราบพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเท่านั้น โจทก์จึงไม่จำต้องบรรยายเรื่องการคัดสำเนาพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาในฟ้องด้วย และการที่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องและนำสืบเกี่ยวกับข้อเท็จจริงนี้หาได้มีผลทำให้จำเลยทั้งห้าไม่ทราบว่าไม้ของกลางเป็นไม้หวงห้ามไม่ พยานหลักฐานของจำเลยทั้งห้าไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยทั้งห้าร่วมกับพวกตัดฟันเลื่อยไม้ของกลางโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงมีความผิดข้อหาทำไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต ฎีกาของจำเลยทั้งห้าฟังไม่ขึ้น แต่ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าจำเลยทั้งห้ากับพวกกระทำการดังกล่าวเพื่อทำถนนใช้เป็นทางสัญจรได้สะดวก โทษที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดมานั้นหนักเกินไป สมควรกำหนดเสียใหม่ให้เหมาะสมกับการกระทำความผิด" พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 11 วรรคหนึ่ง, 73 วรรคสอง ให้ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี เมื่อลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละหนึ่งในสามแล้ว คงจำคุกคนละ 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5350/2545 พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ โจทก์ นาย ช่วง คงผอม กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 (5) พ.ร.บ.ป่าไม้ ม. 5 , ม. 11 , ม. 73 พ.ร.ฎ.กำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2497