ฎีกาที่ 8901/2544
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยที่ 3 ทำหนังสือยินยอมให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาทำสัญญา เช่าซื้อ กับโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 4 ทำหนังสือ ยินยอมให้จำเลยที่ 2 ภริยาทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ หนังสือยินยอมสองฉบับมีข้อความว่า ผู้ให้ความ ยินยอมยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ดังนี้ นอกจากเป็นหลักฐานแสดงว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 ต่างรับว่าให้ความยินยอมในการที่คู่สมรสของตนทำนิติกรรมแล้ว ยังแสดงว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ทำสัญญากับโจทก์ยอมผูกพันรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วย ศาลชั้นต้นจะด่วนวินิจฉัยไปล่วงหน้าว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่ทราบความหมายหรือสาระสำคัญของเอกสารที่ทำทั้งที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ยังไม่ได้เข้าเป็นคู่ความต่อสู้คดีนั้นไม่ถูกต้อง ส่วนข้อที่ตำหนิว่าหากต้องการให้ รับผิดก็ควรให้ทำสัญญาค้ำประกันเช่นเดียวกับจำเลยที่ 2 นั้น การทำข้อตกลงอย่างไร ให้ริบผิดแค่ไหนเพียงใดเป็นสิทธิของคู่สัญญา การที่ศาลชั้นต้นปฏิเสธไม่รับคำฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไว้พิจารณา จึงไม่ชอบ
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เช่าซื้อ รถยนต์จากโจทก์มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ทำสัญญาค้ำประกัน ส่วนจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นสามีของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นผู้ให้ความยินยอมจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทำสัญญา เช่าซื้อ และ ทำสัญญาค้ำประกันแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ผิดสัญญา เช่าซื้อ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันส่งมอบรถยนต์คันที่ เช่าซื้อ คืนโจทก์ หากส่งมอบคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนกับให้ร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าใช้สอยรถยนต์แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว มีคำสั่งรับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 และ ที่ 4 โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 3 ให้รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 และฟ้องจำเลยที่ 4 ให้รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 2 ได้หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 3 ทำหนังสือยินยอมให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาทำสัญญา เช่าซื้อ กับโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 4 ทำหนังสือยินยอมให้จำเลยที่ 2 ภริยาทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ หนังสือยินยอมทั้งสองฉบับมีข้อความด้วยว่า ผู้ให้ความยินยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ดังนี้หนังสือให้ความยินยอมนั้นนอกจากเป็นหลักฐานแสดงว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 ต่างรับว่าให้ความยินยอมในการที่คู่สมรสของตนทำนิติกรรมแล้ว ยังแสดงว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ทำสัญญากับโจทก์ยอมผูกพันรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ที่ศาลล่างทั้งสองด่วนวินิจฉัยไปล่วงหน้าเพียงในชั้นตรวจรับคำฟ้องว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่ทราบความหมายหรือสาระสำคัญของเอกสาร ที่ทำทั้งที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ยังไม่ได้เข้ามาเป็นคู่ความต่อสู้คดีนั้นไม่ถูกต้อง ส่วนข้อที่ตำหนิว่าหากต้องการให้ริบผิดก็ควรให้ทำสัญญาค้ำประกันเช่นเดียวกับจำเลยที่ 2 นั้น เห็นว่า การทำข้อตกลงอย่างไร ให้รับผิดแค่ไหนเพียงใดเป็นสิทธิของคู่สัญญา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้ว่า ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไว้พิจารณา ค่าฤชาธรรมเนียม ชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาในส่วนนี้ ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8901/2544 บริษัทซิตี้ ลิสซิ่ง จำกัด โจทก์ นางสมคิด ไตรโชค กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 680