ฎีกาที่ 9504/2544
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
บันทึกข้อตกลงตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านและ ว. ทำกันหน้าเจ้าพนักงานตำรวจมีข้อความชัดแจ้งว่า ผู้ร้องและ ว. ขอสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ มรดก ให้แก่ผู้คัดค้านและยอมให้ผู้คัดค้านเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์ มรดก แต่เพียงผู้เดียว แต่การเจาะจงให้ทรัพย์ มรดก แก่ผู้คัดค้านเช่นนี้เป็นการยกทรัพย์ มรดก ส่วนของตนให้แก่ทายาทคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่การสละ มรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612 อย่างไรก็ดีแม้ข้อตกลงระหว่างผู้ร้องและ ว. ฝ่ายหนึ่งกับผู้คัดค้านอีกฝ่ายหนึ่ง ดังกล่าว จะไม่ใช่หนังสือสละ มรดก ตามกฎหมายแต่ก็มีลักษณะเป็นสัญญาแบ่งปันทรัพย์ มรดก เมื่อทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อไว้ในหนังสือดังกล่าวแล้ว ย่อมผูกพันคู่สัญญาตามมาตรา 1750 วรรคสองผู้ร้องจึงไม่ใช่ทายาทผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์ มรดก หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ มรดก และไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอต่อศาลขอให้ตั้ง ว. เป็นผู้จัดการ มรดก ผู้ตาย
ย่อยาว
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งตั้งนางเวียง สอนดี เป็นผู้จัดการ มรดก ผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอ และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการ มรดก รายนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอของผู้ร้องและผู้คัดค้าน ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ร้อง ผู้คัดค้านและนางเวียง สอนดี เป็นบุตรของผู้ตาย หลังจากผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว นางเฮืองหอมอินทร์เป็นผู้จัดการ มรดก ผู้ตาย แต่นางเฮืองยักยอกทรัพย์ มรดก ผู้คัดค้าน ผู้ร้องและนางเวียงจึงปรึกษาหารือและทำบันทึกข้อตกลงกันต่อหน้าเจ้าพนักงานตำรวจตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2534 เอกสารหมาย ร.ค.1 หลังจากนั้นผู้คัดค้านได้ร้องขอต่อศาลให้ถอนนางเฮืองออกจากการเป็นผู้จัดการ มรดก ศาลไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้ถอนนางเฮืองออกจากการเป็นผู้จัดการ มรดก ผู้ตายตามคำร้องขอของผู้คัดค้าน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งนางเวียงเป็นผู้จัดการ มรดก ผู้ตายหรือไม่ ที่ผู้ร้องฎีกาว่าข้อความในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย ร.ค.1 เป็นเรื่องที่ผู้ร้องและนางเวียงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแก่นางเฮือง มิได้มีเจตนาสละ มรดก จึงไม่ใช่หนังสือสละ มรดก ตามกฎหมายนั้น ผู้คัดค้านเบิกความถึงเหตุที่ต้องทำบันทึกข้อตกลงตามเอกสารหมาย ร.ค.1 ก็เพราะนางเฮืองผู้จัดการ มรดก ผู้ตายยักยอกทรัพย์ มรดก เป็นของนางเฮืองแต่ผู้เดียวเมื่อผู้คัดค้านนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือกับผู้ร้องและนางเวียงซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับ มรดก ผู้ร้องและนางเวียงแจ้งว่าไม่ขอเกี่ยวข้องกับ มรดก รายนี้ จึงพากันไปทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน ศาลฎีกาตรวจดูบันทึกข้อตกลงฉบับนี้แล้วเห็นว่ามีข้อความชัดแจ้งว่าผู้ร้องและนางเวียงขอสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ มรดก ให้แก่ผู้คัดค้านและยอมให้ผู้คัดค้านเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์ มรดก แต่เพียงผู้เดียวจริง แต่การเจาะจงให้ทรัพย์ มรดก ตกแก่ผู้คัดค้านเช่นนี้เป็นการยกทรัพย์ มรดก ส่วนของตนให้แก่ทายาทคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่การสละ มรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612 อย่างไรก็ดีแม้ข้อตกลงระหว่างผู้ร้องและนางเวียงฝ่ายหนึ่งกับผู้คัดค้านอีกฝ่ายหนึ่งตามเอกสารหมาย ร.ค.1 จะไม่ใช่หนังสือสละ มรดก ตามกฎหมาย แต่ก็มีลักษณะเป็นสัญญาแบ่งปันทรัพย์ มรดก เมื่อทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อไว้ในหนังสือดังกล่าวแล้ว ย่อมผูกพันคู่สัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 วรรคสอง ผู้ร้องจึงไม่ใช่ทายาทผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์ มรดก หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ มรดก และไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งนางเวียงเป็นผู้จัดการ มรดก ผู้ตาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9504/2544 นาง เหลี่ยม ยอดสุวรรณ์ ผู้ร้อง นาย น้อย บุญพิมพ์ ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1612 , ม. 1750