ฎีกาที่ 9165/2544
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การตั้งผู้จัดการ มรดก ในกรณีที่มีพินัยกรรม ศาลอาจต้องตั้งตามข้อกำหนดพินัยกรรมตาม ป.พ.พ.มาตรา 1713 วรรคสอง เมื่อผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ตั้งผู้จัดการ มรดก ตามพินัยกรรมเอกสารพิพาท จึงเป็นประเด็นที่ต้องวินิจฉัยถึงความสมบูรณ์ของพินัยกรรมตามคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านเอง คดีจึงมีประเด็นข้อพิพาทในเรื่องนี้
ย่อยาว
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า มีเหตุขัดข้องในการจัดการ มรดก ขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก ของผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้ตายทำพินัยกรรมยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่ผู้คัดค้านและบุตรครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครั้งหนึ่งยกให้แก่ผู้ร้องและบุตร ในพินัยกรรมกำหนดให้ผู้คัดค้านและผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก ร่วมกัน ขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้อง และตั้งผู้คัดค้านกับผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก รายนี้ร่วมกัน ระหว่างพิจารณา ผู้คัดค้านแถลงรับข้อเท็จจริงว่า ผู้ตายได้ทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง ดังที่ผู้ร้องอ้างจริง และคู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงร่วมกันขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทเพียงว่า พินัยกรรม สมบูรณ์หรือไม่ ส่วนประเด็นข้อพิพาทอื่นที่ปรากฏในคำคู่ความให้ศาลวินิจฉัยตามที่เห็นสมควร ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งตั้ง บ. ผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก ของ พ. ผู้ตาย ยกคำร้องคัดค้าน ให้ผู้คัดค้านใช้ ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้องโดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า ผู้ตายเป็นภริยาของนายเลี่ยมซึ่งถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2527 มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือนายเริ่มกับผู้คัดค้าน ผู้ร้องเป็นภริยาของนายเริ่มซึ่งถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2520 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2528 ผู้ตายทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่ที่ว่าการอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี กำหนดให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก ของผู้ตาย ต่อมาวันที่ 30 มกราคม 2538 ผู้ตายพิมพ์ลายนิ้วมือลงในพินัยกรรมอีกฉบับหนึ่งซึ่งกำหนดให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านร่วมกันเป็นผู้จัดการ มรดก ของผู้ตาย พินัยกรรมฉบับนี้นายเรียน ทองงาม ทนายความเป็นผู้จัดทำให้ และมีนายเรียนกับทนายความในสำนักงานของนายเรียนอีก 4 คน ลงชื่อเป็นพยาน ตามเอกสารหมาย ค.10 หลังจากนั้น ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2538 ผู้ตายถึงแก่ความตาย ที่ผู้คัดค้านฎีกาว่า ความสมบูรณ์ของพินัยกรรมเอกสารหมาย ค.10 ผู้ร้องมิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนและมิได้ตั้งประเด็นมาในคำร้อง การที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าพินัยกรรมฉบับนี้ไม่สมบูรณ์ย่อมเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นนั้น เห็นว่า การตั้งผู้จัดการ มรดก ในกรณีที่มีข้อกำหนดพินัยกรรม ศาลต้องตั้งตามข้อกำหนดพินัยกรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 วรรคสอง เมื่อผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ตั้งผู้จัดการ มรดก ตามพินัยกรรมเอกสารหมาย ค.10 จึงเป็นประเด็นที่ต้องวินิจฉัยถึงความสมบูรณ์ของพินัยกรรมฉบับนี้ตามคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านเอง นอกจากนี้ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 20 มีนาคม 2539 ยังปรากฏว่าคู่ความแถลงร่วมกันขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทว่าพินัยกรรมเอกสารหมาย ค.10 สมบูรณ์หรือไม่อีกด้วย คดีจึงมีประเด็น ข้อพิพาทในเรื่องนี้และศาลล่างทั้งสองหาได้วินิจฉัยนอกประเด็นแต่อย่างใดไม่ ฎีกาข้อนี้ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น เมื่อข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าผู้ตายทำพินัยกรรมเอกสารหมาย ค.10 ในขณะที่มีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ พินัยกรมฉบับนี้จึงไม่มีผลบังคับให้เป็นการเพิกถอนพินัยกรรม เอกสารหมาย ร.12 และต้องตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก ของผู้ตายตามข้อกำหนดพินัยกรรมเอกสารหมาย ร.12 ดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก ของผู้ตายนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9165/2544 นางบุญทิ้ง เอี่ยมฉิม ผู้ร้อง นายกลาง เอี่ยมฉิม ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1713 วรรคสอง