ฎีกาที่ 9691/2544
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 (ยกเลิก) มาตรา 25
พ.ศ. 2475 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 25 ผู้รับประเมินผู้ใดไม่พอใจในการประเมินไซร้ ท่านว่าอาจยื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมสรรพกรหรือสมุหเทศาภิบาล ตามแต่จะได้กำหนดไว้ เพื่อขอให้พิจารณาการประเมินนั้นใหม่ โดยวิธีการดังจะได...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 (ยกเลิก) มาตรา 26
พ.ศ. 2475 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 26 คำร้องทุก ๆ ฉบับ ให้เขียนในแบบพิมพ์ซึ่งกรมการอำเภอจ่าย เมื่อผู้รับประเมินลงนามแล้วให้ส่งต่อกรมการอำเภอในท้องที่ซึ่งทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ภายในเวลาสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ไ...
ย่อสั้น
หนังสือที่จำเลยมีถึงผู้อำนวยการเขตจตุจักรชี้แจงว่าจำเลยเช่า ที่ดิน จากการรถไฟแห่งประเทศไทยมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี โรงเรือนหรืออาคารที่ก่อสร้างขึ้นเป็นลักษณะชั่วคราว จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน ทั้งมีสิทธิที่จะขอคืนภาษีโรงเรือนและทีดินที่ชำระไปแล้ว และหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน และรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระหนี้สินของจำเลยภายหลังถูกรัฐบาลบอกเลิกสัญญาสัมปทานก่อสร้างทางรถไฟยกระดับ และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโอนกรรมสิทธิ์อาคารสำนักงานชั่วคราวที่พิพาทให้แก่บริษัทแล้ว จำเลยจึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน นั้น มิใช่คำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 25 และมาตรา 26 แห่งพ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน พ.ศ. 2475
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน และเงินเพิ่มจำนวน 6,768,140.50 บาท แก่โจทก์ จำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยยื่นคำร้องว่าจำเลยไม่จงใจขาดนัด ศาลภาษีอากรกลางไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 6,768,140.50 บาท แก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยแล้ว คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยเป็นหนี้ค่าภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน และเงินเพิ่มตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายนริศ พิบูลย์วัฒนา พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์เป็นพยานเบิกความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน รายพิพาทประจำปีภาษี 2541 โดยกำหนดค่ารายปีเท่ากับค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วจำนวน 49,222,840 บาท คำนวณเป็นค่าภาษีจำนวน 6,152,855 บาท และได้ส่งแบบแจ้งการประเมินให้จำเลยรับไปแล้วเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2541 จำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยมีหนังสือถึงผู้อำนวยการเขตจตุจักรชี้แจงว่าจำเลยมิได้ใช้ประโยชน์ในโรงเรือนอย่างการประกอบอุตสาหกรรมตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2540 เป็นต้นมา ตามเอกสารหมาย ล.20 ถึง ล.22 โจทก์ต้องพิจารณาดำเนินการให้จำเลยนั้น เห็นว่า เอกสารหมาย ล.20 เป็นหนังสือชี้แจงรายละเอียดไปยังผู้อำนวยการเขตจตุจักร ลงวันที่ 9 กันยายน 2542 โดยมีสาระสำคัญว่า จำเลยไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน พุทธศักราช 2475 เนื่องจากจำเลยเช่า ที่ดิน จากการรถไฟแห่งประเทศไทยมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี โรงเรือนหรืออาคารที่ก่อสร้างขึ้นเป็นลักษณะอาคารชั่วคราว จำเลยเห็นว่าจำเลยไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน ทั้งมีสิทธิที่จะขอคืนภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน ที่ชำระไปแล้วระหว่างปีภาษี 2538 ถึง 2540 คืนจากโจทก์และเอกสารหมาย ล.21 เป็นหนังสือฉบับลงวันที่ 30 ธันวาคม 2542 มีไปถึงผู้อำนวยการเขตจตุจักรเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน และรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระสะสางหนี้สินของจำเลยภายหลังถูกรัฐบาลบอกเลิกสัญญาสัมปทานการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับ และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโอนกรรมสิทธิ์อาคารสำนักงานชั่วคราวที่พิพาทให้แก่บริษัทสลิปฟอร์ม เอ็นจิเนียริง จำกัด ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย ล.22 จำเลยจึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน เอกสารหมาย ล.20 ถึง ล.22 เป็นเอกสารที่จำเลยมีไปถึงผู้อำนวยการเขตจตุจักรภายหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลายื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่แล้ว และทั้งมิใช่เป็นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 25 และมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและ ที่ดิน พ.ศ. 2475 ข้อเท็จจริงจึงฟังว่าจำเลยมิได้ร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ค่าภาษีจำนวน 6,152,855 บาท ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินไว้จึงเป็นจำนวนเด็ดขาด เมื่อจำเลยไม่ชำระเกินกว่า 3 เดือน จึงต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 10 เป็นเงินเงินเพิ่มจำนวน 615,285.50 บาท รวมทั้งสิ้นจำนวน 6,768,140.50 บาท อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 2,500 บาท แทนโจทก์ นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ นายสุธรรม จุลิรัชนีกร ผู้ตรวจร่างคำพิพากษาศาลฎีกา นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ผู้ตรวจย่อข้อกฎหมาย นายชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9691/2544 บริษัทโฮปเวลล์(ประเทศไทย) จำกัด พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม. 25 , ม. 26