ฎีกาที่ 8895/2544
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ในการฟ้องคดี ล้มละลาย นั้น โจทก์จะต้องนำสืบให้เห็นว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว โดยในการสืบของโจทก์นั้น โจทก์อาจจะสืบข้อเท็จจริงอันเป็นเงื่อนไขแห่งข้อสันนิษฐานว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย ฯ มาตรา 8 หรือนำสืบถึงข้อเท็จจริงที่จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามมาตรา 9(1) คดีนี้โจทก์อ้างว่าได้มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน และจำเลยไม่ชำระหนี้ อันเป็นการกล่าวอ้างว่ามีข้อเท็จจริงตามข้อสันนิษฐานตามมาตรา 8(9) ทั้งนี้ โจทก์ทวงถามจำเลยให้ชำระหนี้โดยวิธีประกาศหนังสือพิมพ์ แต่ในทางนำสืบนั้นโจทก์มิได้แสดงพยานหลักฐานให้เห็นว่ามีเหตุขัดข้องอย่างไรจึงไม่สามารถส่งหนังสือทวงถามโดยวิธีธรรมดาได้ ทั้งที่ปรากฏในชั้นฟ้องคดีนี้ว่าจำเลยมีภูมิลำเนาเป็นหลักแหล่ง กรณีจึงยังรับฟังไม่ได้ว่ามีการส่งหนังสือทวงถามให้จำเลยทราบโดยชอบแล้วตามมาตรา 8(9)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้ค่าภาษีการค้าโจทก์เป็นเงิน 54,679.62 บาท อันเป็นหนี้จำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 50,000 บาท ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคล ล้มละลาย จำเลยไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดี ล้มละลาย พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี ล้มละลาย วินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นที่ยุติว่า จำเลยประกอบกิจการร้านอาหารมีดนตรี จำเลยค้างชำระค่าภาษีการค้าโจทก์เป็นเงิน 56,548 บาท ต่อมาโจทก์อายัดเงินฝากของจำเลยที่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,868.38 บาท มาหักชำระค่าภาษีการค้าแล้ว จำเลยยังคงค้างชำระหนี้โจทก์อยู่อีก 54,679.62 บาท โจทก์ทวงถามจำเลยให้ชำระหนี้โดยวิธีประกาศทางหนังสือพิมพ์รวม 2 ครั้ง ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วันและจำเลยไม่ชำระหนี้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ เห็นว่า ในการฟ้องคดี ล้มละลาย นั้นโจทก์จะต้องนำสืบให้เห็นว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว โดยในการสืบของโจทก์นั้นโจทก์อาจจะสืบข้อเท็จจริงอันเป็นเงื่อนไขแห่งข้อสันนิษฐานว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 8 หรือนำสืบถึงข้อเท็จจริงที่จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 9(1) คดีนี้โจทก์อ้างว่าได้มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน และจำเลยไม่ชำระหนี้ อันเป็นการกล่าวอ้างว่ามีข้อเท็จจริงตามข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 8(9) ทั้งนี้โจทก์ทวงถามจำเลยให้ชำระหนี้โดยวิธีประกาศหนังสือพิมพ์ตามเอกสารหมาย จ.9 แต่ในทางนำสืบนั้นโจทก์มิได้แสดงพยานหลักฐานให้เห็นว่ามีเหตุขัดข้องอย่างไรจึงไม่สามารถส่งหนังสือทวงถามโดยวิธีธรรมดาได้ทั้งที่ปรากฏในชั้นฟ้องคดีนี้ว่าจำเลยมีภูมิลำเนาเป็นหลักแหล่งกรณีจึงยังรับฟังไม่ได้ว่ามีการส่งหนังสือทวงถามให้จำเลยทราบโดยชอบแล้วตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8(9)" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8895/2544 กรมสรรพากร โจทก์ นาง เรณู มั่นจีน จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 8 , ม. 9