ฎีกาที่ 9867/2544
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์โดยไม่ได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งว่า ก่อนอ่านคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยทั้งสองวางเงินให้ครบถ้วนก่อน หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ส่งคำพิพากษาคืนศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อดำเนินต่อไป แต่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไปโดยมิได้แจ้งคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำเลยทั้งสองทราบก่อน ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้มีหมายแจ้งคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำเลยทั้งสองทราบและมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสอง แต่จำเลยทั้งสอง ก็มิได้นำเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาวางศาล กระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นในเรื่องการอ่านอุทธรณ์และคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ศาลฎีกาพิพากษาให้เพิกถอนการอ่าน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 และคำสั่งรับฎีกาของจำเลย ให้ศาลชั้นต้นส่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 คืนศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อดำเนินต่อไป
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีพร้อมดอกเบี้ย นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้นำทรัพย์สินที่ จำนอง ออกขายทอดตลาด ชำระหนี้โจทก์ หากไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์อื่นมาชำระให้โจทก์จนครบ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด จำเลยทั้งสองไม่ได้รับหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้และบังคับ จำนอง จากโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ระหว่างนัดสืบพยานจำเลยทั้งสองฝ่ายจำเลยขอเลื่อนคดีหลายครั้ง นัดสุดท้ายจำเลยทั้งสองไม่มาศาล ศาลชั้นต้นจึงสั่งว่าจำเลยทั้งสองไม่มีพยานมาสืบและนัดฟังคำพิพากษา ก่อนวันนัดฟังคำพิพากษา จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า จำเลยทั้งสองมิได้จงใจไม่มาศาลในวันนัดสืบพยาน จำเลยทั้งสองขอให้มีคำสั่งไต่สวนและอนุญาตให้จำเลยทั้งสองนำพยานเข้าสืบ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่มีเหตุจะอนุญาต ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ แล้วคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองแพ้คดี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า ในชั้นอุทธรณ์จำเลยทั้งสองอุทธรณ์โดยไม่ได้นำเงินค่าธรรามเนียมซึ่งจะต้องใช้ แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้มีคำสั่งว่า ก่อนอ่านคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยทั้งสองวางเงินให้ครบถ้วนก่อน หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตาม ให้ส่งคำพิพากษาคืนศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อดำเนินต่อไป ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2543 โดยมิได้แจ้งคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำเลยทั้งสองทราบก่อน ต่อมาวันที่ 4 ตุลาคม 2543 จึงได้มีคำสั่งให้มีหมายแจ้งคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำเลยทั้งสองทราบและมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสอง แต่จำเลยทั้งสองก็มิได้นำเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาวางศาล ดังนั้น กระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นในเรื่องการอ่านอุทธรณ์ และคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลฎีกาชอบที่จะเพิกถอนเสียตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 และคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสอง คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นส่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อดำเนินการต่อไป (ชวลิต ตุลยสิงห์ - ไพศาล เจริญวุฒิ - สมชาย จุลนิติ์) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9867/2544 บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จอหอค้าวัสดุก่อสร้าง กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 27 , ม. 229 , ม. 242 , ม. 243 , ม. 246