ฎีกาที่ 9168/2544
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ห้องชุดย่อมเป็นอสังหาริมทรัพย์ตามความหมายใน ป.พ.พ. มาตรา 466 ดังนั้นที่จำเลยฎีกาว่ามาตรา 466 ที่ศาลล่างทั้งสองยกขึ้นมาปรับเข้ากับข้อเท็จจริงในคดีควรเป็นการ ซื้อขาย อสังหาริมทรัพย์ที่ดินซึ่งสามารถดำเนินการรังวัดสอบเขตได้โดยชัดเจน และสามารถคำนวณหาพื้นที่ได้อย่างสะดวก จะนำมาปรับเข้ากับข้อเท็จจริงในการจะซื้อจะขายห้องชุดไม่ได้ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง คำฟ้องฎีกาจำเลยไม่มีลายมือชื่อผู้ฎีกา จึงเป็นคำฟ้องฎีกาที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 67 (5) แต่เมื่อฎีกาจำเลยไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย และฎีกาของจำเลยข้ออื่นต้องห้ามฎีกา คดีจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อจัดการให้มีการลงลายมือชื่อผู้ฎีกาให้ถูกต้องต่อไป ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคสอง ศาลฎีกาพิพากษายกฎีกาจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาแก่จำเลย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2531 โจทก์ทำสัญญาจะซื้อห้องชุดอาคารพัทยาบีชคอนโดทาวน์ 1 ห้อง เนื้อที่ 50 ตารางเมตร จากจำเลย ชำระเงินในวันทำสัญญา 18,000 บาท และชำระเงินดาวน์เป็นรายเดือนอีกจำนวน 184,000 บาท ที่เหลือจำนวน 823,000 บาท ตกลงชำระในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ และในวันดังกล่าวโจทก์ ทำสัญญาซื้อเฟอร์นิเจอร์รวมเป็นเงิน 120,000 บาท โดยให้จำเลยติดตั้งให้โจทก์ ณ ห้องชุดดังกล่าว โจทก์ชำระค่ามัดจำในวันทำสัญญา 5,000 บาท ส่วนที่เหลือ 115,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 5,000 บาท โจทก์ผ่อนชำระเงินดาวน์ห้องชุดและค่าเฟอร์นิเจอร์ให้จำเลยครบถ้วนเป็นเงิน 299,000 บาท รวมโจทก์ชำระเงินให้จำเลยไปแล้วทั้งสิ้น 322,000 บาท จำเลยกำหนดจะโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2536 แต่โจทก์พบว่าห้องชุดดังกล่าวมีพื้นที่เพียง 45 ตารางเมตร ซึ่งน้อยกว่าที่ระบุไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายมาก โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยดำเนินการแก้ไข ภายในกำหนดมิฉะนั้นขอเลิกสัญญา แต่จำเลยเพิกเฉย สัญญาเป็นอันเลิกกันเมื่อครบกำหนดเวลาตามหนังสือบอกกล่าว จำเลยต้องคืนเงิน 322,000 บาท แก่โจทก์และต้องชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่โจทก์จ่ายเงินจนถึงวันฟ้องคิดเป็นเงินดอกเบี้ย 209,012.50 บาท และการที่จำเลยผิดสัญญาทำให้โจทก์ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ โจทก์ขาดกำไรในการที่นำห้องชุดออกขายให้แก่นายรัตนปาล ซิงห์ ซึ่งโจทก์จะได้กำไร 500,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,031,012.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 822,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยแยกคำนวณต้นเงินและ ดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าคำฟ้องฎีกาจำเลยไม่มีลายมือชื่อผู้ฎีกา จึงเป็นคำฟ้องฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67 (5) แต่การที่จำเลยฎีกาข้อแรกว่า วัตถุประสงค์ของประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา 466 ที่ศาลล่างทั้งสองยกขึ้นมาปรับเข้ากับข้อเท็จจริงในคดีนี้ควรเป็นการ ซื้อขาย อสังหาริมทรัพย์ ที่ดินซึ่งสามารถดำเนินการรังวัดสอบเขตได้โดยชัดเจน และสามารถคำนวณหาพื้นที่ได้อย่างสะดวก จะนำมาปรับเข้ากับข้อเท็จจริงในการจะซื้อจะขายห้องชุดนี้ไม่ได้ เนื่องจากเป็นการ ซื้อขาย เฉพาะอย่างและไม่สามารถทำการรังวัดสอบเขตให้รู้จำนวนเนื้อที่อย่างแน่นอนนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรไดรับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง เพราะห้องชุดย่อมเป็นอสังหาริมทรัพย์ตามความหมายในบทมาตราดังกล่าว ส่วนฎีกาจำเลยอีกข้อหนึ่งที่ว่า โจทก์ผิดนัดรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด จำเลยจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาต่อโจทก์ได้ สิทธิการบอกเลิกสัญญาของจำเลยเกิดขึ้นก่อนโจทก์ โจทก์จึงจะมาบอกเลิกสัญญาต่อจำเลยใน ภายหลังไม่ได้ เพราะจำเลยไม่เป็นฝ่ายผิดสัญญาก่อนนั้น ก็เท่ากับจำเลยยอมรับว่าจำเลยผิดสัญญา ซื้อขาย ห้องชุดตามประเด็นข้อพิพาทที่ศาลชั้นต้นชี้สองสถานไว้ สำหรับปัญหาว่า โจทก์ผิดนัดรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดและจำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาต่อโจทก์ได้หรือไม่ นั้น ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทและได้วินิจฉัยมาด้วย จึงเป็นข้อ ที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง เมื่อฎีกาจำเลยไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยประการหนึ่ง และต้องห้ามฎีกา อีกประการหนึ่งเช่นนี้ คดีจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อจัดการให้มีการลงลายมือชื่อผู้ฎีกาให้ ถูกต้องต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคสอง พิพากษายกฎีกาจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาแก่จำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9168/2544 นายประเสริฐ ศรีกุเรชา โจทก์ บริษัทหาดทรายสวนตาล จำกัด จำเลย ป.พ.พ. ม. 466 ป.วิ.พ. ม. 18 วรรคสอง , ม. 27 , ม. 67 (5) , ม. 249 วรรคหนึ่ง