ฎีกาที่ 8869/2544
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517 มาตรา 15
พ.ศ. 2517 · ตรงจากแหล่ง
ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุมการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึงการกำหนดระเบียบหรือข้อบังคับในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (1) การดำเนินกิจการ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 112
พ.ศ. 2535 · approved_timeline_selection
มาตรา 112 ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องทำสัญญาเป็นหนังสือกับลูกค้าที่มอบหมายให้ทำการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ในการนี้ คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจกำหนดรายการอ...
ย่อสั้น
จำเลยทำสัญญาแต่งตั้งโจทก์เป็นตัวแทนและนายหน้าให้ ซื้อขาย หลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แทนจำเลยและให้โจทก์มีอำนาจนำเงินที่ได้จากการ ซื้อขาย หลักทรัพย์มาหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์ ในวันที่ทำสัญญาจำเลยได้เปิดบัญชี ซื้อขาย หลักทรัพย์แบบมาร์จิ้นซึ่งเป็นการซื้อหลักทรัพย์ด้วยเงินเชื่อ ต่อมาจำเลยสั่งให้โจทก์ซื้อหลักทรัพย์หุ้นบริษัท ร. โดยให้โจทก์เป็นตัวแทนการซื้อหุ้นแบบมาร์จิ้น จำเลยค้างชำระค่าหุ้นพร้อมดอกเบี้ยและจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ยอมชำระหนี้เงินจำนวนดังกล่าวต่อโจทก์ การ ซื้อขาย หุ้นที่จำเลยค้างชำระไม่ใช่การ ซื้อขาย แบบเงินสด การที่โจทก์ดำเนินการขายหุ้นและนำเงินมาหักกลบลบหนี้ที่ค้างชำระจึงไม่ขัดต่อระเบียบตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้สมาชิกถือปฏิบัติในการเป็นตัวแทนหรือนายหน้า ซื้อขาย หลักทรัพย์ด้วยเงินสด
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 537,711.83 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 18 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 346,128.57 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากหนังสือสัญญาแต่งตั้งตัวแทนและนายหน้าให้ ซื้อขาย หลักทรัพย์มีสาระสำคัญแห่งสัญญาขัดต่อพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และระเบียบตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มูลหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้เกิดจากการ ซื้อขาย หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งโจทก์ในฐานะตัวแทนของจำเลยมิได้ปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการทำการ ซื้อขาย หลักทรัพย์ กล่าวคือ โจทก์ซื้อหุ้นตามคำสั่งของจำเลยแล้วไม่แจ้งค่าซื้อหลักทรัพย์ให้จำเลยทราบเพื่อจำเลยจะได้ชำระค่าหุ้นแก่โจทก์ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ แต่โจทก์เก็บหุ้นที่สั่งซื้อไว้และคิดดอกเบี้ยจนมูลหนี้ค่าหุ้นลดลงและเมื่อโจทก์นำหุ้น ที่จำเลยสั่งซื้อไว้นั้นออกขายโจทก์ก็มิได้แจ้งให้จำเลยชำระค่าหุ้นส่วนที่ยังขาดอยู่กลับทำการหักกลบลบหนี้ แล้วเรียกให้จำเลยชำระหนี้ที่ค้างอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและระเบียบของตลาดหลักทรัพย์ จำเลยเปิดบัญชี ซื้อขาย หุ้นแบบมาร์จิ้น โดยมีตั๋วสัญญาใช้เงินมาวางเป็นประกันการชำระค่าหุ้นเป็นเงิน 785,172 บาท จำเลยสั่งซื้อหุ้นเป็นเงิน 1,105,500 บาท โจทก์นำตั๋วสัญญาใช้เงินหักชำระหนี้ค่าหุ้นแล้วคงค้างชำระหนี้อีก 320,328 บาท จำเลยได้ชำระหนี้ค่าหุ้นที่ค้างนั้นแก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 537,711.83 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 18 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 346,128.57 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ (ฟ้องวันที่ 26 สิงหาคม 2539) ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า จำเลยทำสัญญาแต่งตั้งโจทก์เป็นตัวแทนและนายหน้าให้ ซื้อขาย หลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แทนจำเลย และให้โจทก์มีอำนาจนำเงินที่ได้จากการ ซื้อขาย หลักทรัพย์มาหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์ ต่อมาวันที่ 5 ตุลาคม 2537 จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ต่อโจทก์ยอมรับว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์จากการ ซื้อขาย หลักทรัพย์และหนี้อื่น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 519,762.68 บาท และยอมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกให้จำเลยชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้เอกสารหมาย จ. 3 หรือไม่ โจทก์มีเจ้าหน้าที่สินเชื่อของโจทก์ซึ่งดูแลบัญชี ซื้อขาย หลักทรัพย์ของจำเลยด้วยเบิกความว่า ในวันที่จำเลยทำหนังสือแต่งตั้งโจทก์เป็นตัวแทน ซื้อขาย หลักทรัพย์นั้น จำเลยได้เปิดบัญชี ซื้อขาย หลักทรัพย์แบบมาร์จิ้น ซึ่งหมายความว่าเป็นการซื้อหลักทรัพย์ด้วยเงินเชื่อด้วย จำเลยสั่งซื้อหุ้นบริษัท ร. 4 ครั้ง รวมเป็นเงิน 2,193,513 บาท ตามใบยืนยันการ ซื้อขาย หลักทรัพย์เอกสารหมาย จ. 10 จำเลยชำระค่าหุ้นดังกล่าวคืนแก่โจทก์บางส่วน คงค้างชำระต้นเงินและดอกเบี้ย รวมเป็นเงิน 519,762.68 บาท ตามหลักฐานการผ่อนชำระหนี้เอกสารหมาย จ. 11 เห็นว่า ตามใบยืนยันการ ซื้อขาย หลักทรัพย์เอกสารหมาย จ. 10 เฉพาะรายการที่ 4 จำนวน 5,000 หุ้น เป็นเงิน 1,105,500 บาท นั้น ได้มีการทำหลักฐานแสดงรายละเอียดการผ่อนชำระหนี้เอกสารหมาย จ. 11 ระบุชื่อลูกค้าคือจำเลยประเภทบัญชีมาร์จิ้น ยอดเงินที่ค้างต้นเงินและดอกเบี้ย ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2537 รวมเป็นเงิน 519,762.68 บาท ตรงกับยอดเงินตามหนังสือรับสภาพหนี้เอกสารหมาย จ. 3 ซึ่งมีข้อความระบุไว้ว่า เพียง ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2537 จำเลยยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์จากการ ซื้อขาย หลักทรัพย์และหนี้อื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 519,762.68 บาท จำเลยไม่ได้นำสืบพยานหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าว คงมีแต่ตัวจำเลยเบิกความกล่าวอ้างลอย ๆ ว่า จำเลยลงลายมือชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้ไปโดยยังไม่มีการกรอกข้อความ และตามคำให้การของจำเลยเองก็รับว่า จำเลยเปิดบัญชี ซื้อขาย หุ้นแบบมาร์จิ้น โดยมีตั๋วสัญญาใช้เงินวางเป็นประกันการชำระค่าหุ้น พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักรับฟังน่าเชื่อถือกว่าพยานหลักฐานจำเลย ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยสั่งโจทก์ซื้อหลักทรัพย์หุ้นบริษัท ร. ให้ โดยให้โจทก์เป็นตัวแทนการ ซื้อขาย หุ้นแบบมาร์จิ้นหรือเงินเชื่อ จำเลยค้างชำระค่าหุ้นและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 519,762.68 บาท และจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ยอมชำระหนี้เงินจำนวนดังกล่าวต่อโจทก์ ดังนั้น เมื่อการ ซื้อขาย หุ้นที่จำเลยค้างชำระนั้นตกลงกันเป็นแบบมาร์จิ้นหรือเงินเชื่อ ไม่ใช่แบบเงินสด การที่โจทก์ดำเนินการขายหุ้นและนำเงินมาหักกลบลบหนี้ ที่ค้างชำระจึงไม่ขัดต่อระเบียบตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้สมาชิกถือปฏิบัติในการเป็นตัวแทนหรือนายหน้า ซื้อขาย หลักทรัพย์ด้วยเงินสดเอกสารหมาย ล. 4 ข้อ (4) ดังที่จำเลยกล่าวอ้าง โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกให้จำเลยชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้เอกสารหมาย จ. 3 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความรวม 10,000 บาท. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8869/2544 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สินเอเซีย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางกนกวรรณ วงศ์โพธิพันธ์ จำเลย พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2517 ม. 15 (5) พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ม. 112