ฎีกาที่ 8201/2544
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
แม้หนังสือแต่งตั้งตัวแทนจะมิได้ประทับตราสำคัญของบริษัท ส. ก็ตาม ก็เป็นเรื่องความเกี่ยวพันระหว่างโจทก์และบริษัท ส. เท่านั้น ซึ่งบริษัท ส. ไม่เคยโต้แย้งปฏิเสธว่าโจทก์มิใช่ตัวแทนของตนแต่อย่างใด ทั้งยังยอมรับการกระทำของโจทก์โดยออกกรมธรรม์ ประกันภัย ให้แก่ผู้เอา ประกันภัย ตามที่โจทก์แจ้งต่อบริษัท ส. โจทก์จึงเป็นตัวแทนโดยชอบของบริษัท ส. เมื่อจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์รับเงินค่าเบี้ย ประกันภัย ดังกล่าวไว้จากผู้เอา ประกันภัย จึงมิใช่เป็นการรับไว้ในฐานะตัวแทนของผู้เอา ประกันภัย หากแต่เป็นการรับไว้แทนโจทก์เพื่อนำไปมอบให้แก่โจทก์การที่จำเลยเบียดบังเอาเงินดังกล่าวไปเป็นของตนเองอันแสดงถึงเจตนาทุจริต ซึ่งโจทก์ต้องรับผิดชอบต่อบริษัท ส. โดยอาจจะต้องถูกบังคับให้ชดใช้จากหลักประกันที่โจทก์วางไว้ต่อบริษัท ส. โจทก์จึงเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดของจำเลย ย่อมเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) มีอำนาจฟ้องตามมาตรา 28(2)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352, 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก, 91 รวม 5 กระทงให้เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 2 เดือนรวมจำคุก 10 เดือนข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3รับฟังมาว่า โจทก์เป็นตัวแทนของบริษัทสินมั่นคง ประกันภัย จำกัด จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์มีหน้าที่เก็บเงินค่าเบี้ยประกันแทนโจทก์ จำเลยเก็บเงินค่าเบี้ย ประกันภัย จากลูกค้าแล้วไม่นำส่งให้แก่โจทก์ซึ่งโจทก์ต้องรับผิดต่อบริษัทสินมั่นคง ประกันภัย จำกัด คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่าหนังสือตั้งโจทก์เป็นตัวแทน ไม่ได้ประทับตราสำคัญของบริษัทสินมั่นคง ประกันภัย จำกัด โจทก์จึงมิได้เป็นตัวแทนโดยชอบของบริษัทสินมั่นคง ประกันภัย จำกัด ทั้งเงินค่าเบี้ย ประกันภัย ที่จำเลยเก็บมาจากลูกค้าดังกล่าวเป็นเงินของลูกค้าที่ยังมิได้เข้ามาอยู่ในความครอบครองของโจทก์หรือบริษัทสินมั่นคง ประกันภัย จำกัด แต่อย่างใดนั้น เห็นว่าแม้หนังสือแต่งตั้งตัวแทน จะมิได้ประทับตราสำคัญของบริษัทสินมั่นคง ประกันภัย จำกัด ก็ตาม ก็เป็นเรื่องความเกี่ยวพันระหว่างโจทก์และบริษัทสินมั่นคง ประกันภัย จำกัด เท่านั้น ซึ่งบริษัทสินมั่นคง ประกันภัย จำกัด ไม่เคยโต้แย้งปฏิเสธว่าโจทก์มิใช่ตัวแทนของตนแต่อย่างใด ทั้งยังยอมรับการกระทำของโจทก์โดยออกกรมธรรม์ ประกันภัย ให้แก่ผู้เอา ประกันภัย ตามที่โจทก์แจ้งต่อบริษัทสินมั่นคง ประกันภัย จำกัดโจทก์จึงเป็นตัวแทนโดยชอบของบริษัทสินมั่นคง ประกันภัย จำกัด เมื่อจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์รับเงินค่าเบี้ย ประกันภัย ดังกล่าวไว้จากผู้เอา ประกันภัย จึงมิใช่เป็นการรับไว้ในฐานะตัวแทนของผู้เอา ประกันภัย หากแต่เป็นการรับไว้แทนโจทก์เพื่อนำไปมอบให้แก่โจทก์การที่จำเลยเบียดบังเอาเงินดังกล่าวไปเป็นของตนเอง อันแสดงถึงเจตนาทุจริตซึ่งโจทก์ต้องรับผิดชอบต่อบริษัทสินมั่นคง ประกันภัย จำกัด โดยอาจจะต้องถูกบังคับให้ชดใช้จากหลักประกันที่โจทก์วางไว้ต่อบริษัทสินมั่นคง ประกันภัย จำกัด โจทก์จึงเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดของจำเลย ย่อมเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) มีอำนาจฟ้องจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28(2)ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษแก่จำเลยนั้นเห็นว่า ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษและพิพากษาลงโทษจำเลยเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นอีกเช่นเดียวกัน" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8201/2544 นาย วีระวิทย์ เกียรติเพิ่มพงศ์ โจทก์ นาง สุพรรณี บางเพ็ญศิริ จำเลย ป.อ. ม. 352 ป.วิ.อ. ม. 2 (4) , ม. 28