ฎีกาที่ 2560/2544
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช 2484 (ยกเลิก) มาตรา 4
พ.ศ. 2484 · approved_timeline_selection
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “พิมพ์” หมายความว่า ทำให้เป็นตัวหนังสือหรือรูปรอยอย่างใด ๆ โดยการกด หรือการใช้พิมพ์หิน เครื่องกล วิธีเคมี หรือวิธีอื่นใดอันอาจให้เกิดเป็นสิ่งพิมพ์ขึ้นหลา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช 2484 (ยกเลิก) มาตรา 48
พ.ศ. 2484 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 48 เมื่อมีความผิดนอกจากที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัตินี้เกิดขึ้นด้วยการโฆษณาสิ่งพิมพ์นอกจากหนังสือพิมพ์ ผู้ประพันธ์ซึ่งตั้งใจให้โฆษณาบทประพันธ์นั้นต้องรับผิดเป็นตัวการ ถ้าผู้ประพั...
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยกับพวกตาม ป.อ. มาตรา 326 , 328 , 332 และ พ.ร.บ. การพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 4 , 48 โดยบรรยายข้อความที่จำเลยที่ 2 ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ตามที่จำเลยที่ 1 ให้ข่าวในคำฟ้องว่า "? ซึ่งเป็นการทำซ้ำ หลักฐานที่ชุดสอบสวนเดิมมอบให้ พล.ต.ต.ส. เท่ากับว่า พล.ต.ต.ส. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต?" คำว่า โดยทุจริตนั้นมีความหมายว่า เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น แม้จะไม่มี รายละเอียดว่าทุจริตอย่างไรก็เพียงพอที่จะทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โด้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งอาจทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังได้ สมควรที่ศาลชั้นต้นจะต้องทำการไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามรูปคดี
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับราชการตำรวจ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จำเลยที่ 1 เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น สังกัดพรรคความหวังใหม่ จำเลยที่ 2 เป็นผู้พิมพ์โฆษณา โดยเป็นบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ข่าวสด เมื่อระหว่างวันที่ 14 มกราคม 2542 ถึงวันที่ 15 มกราคม 2542 ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 2 ได้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ข่าวสดฉบับวันที่ 15 มกราคม 2542 ตามข้อความที่จำเลยที่ 1 ให้ข่าว โดยพาดหัวข่าวว่า เปิดเผยว่า? ซึ่งเป็นการทำซ้ำหลักฐานที่ชุดสอบสวนเดิมมอบให้ พล.ต.ต. เสรี เท่ากับว่า พล.ต.ต. เสรี ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือโดยทุจริต ผู้ร้องเรียนจึงร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าพนักงานแต่ที่สุดกรมตำรวจกลับมีความเห็นยุติเรื่อง คณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ร้องเรียนได้ทำหนังสือกล่าวโทษบุคคลแน่นอน ซึ่งพนักงานสอบสวนรับเรื่องและสอบพยานบุคคลแล้ว ถือเป็นการสอบสวนตามประมวลกฎหมายอาญา จึงต้องดำเนินการสอบสวนและมีความเห็นในสำนวนว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ และการสั่งยุติหรือระงับการสอบสวนของอธิบดีกรมตำรวจไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา" รายละเอียดปรากฏตามภาพถ่ายหนังสือพิมพ์ข่าวสดเอกสารท้ายฟ้อง ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสองมีเจตนาให้ผู้อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวเข้าใจว่า โจทก์ทำหลักฐานเท็จในคดีลอบสังหารบุคคลสำคัญ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและกระทำการโดยทุจริตอันเป็นความผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต ทั้ง ๆ ที่ไม่เป็นความจริง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง เหตุเกิดทุกตำบลทั่วราชอาณาจักร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 , 332 , 83 , 84 , 90 , 91 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ. ศ. 2484 มาตรา 4 , 48 และให้จำเลยทั้งสองโฆษณาคำพิพากษาของศาลในหนังสือพิมพ์แนวหน้า มติชน ไทยรัฐ ไทยโพสต์ ข่าวสด เดลินิวส์ สื่อธุรกิจการเมืองและสยามรัฐในหน้า 1 ขนาดกว้าง 4 นิ้ว ยาว 8 นิ้ว มีกำหนด 15 วันติดต่อกัน โดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้ออกค่าโฆษณา ศาลชั้นต้นงดไต่สวนมูลฟ้องและเห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ข้อความที่ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับลงวันที่ 15 มกราคม 2542 ตามที่โจทก์บรรยายในคำฟ้องนั้นเป็นการ หมิ่นประมาท โจทก์หรือไม่ เห็นว่า ข้อความที่ลงพิมพ์เป็นข่าวกล่าวถึงโจทก์ว่า "?ซึ่งเป็นการทำซ้ำหลักฐานที่ชุดสอบสวนเดิมมอบให้ พล.ต.ต. เสรี เท่ากับว่า พล.ต.ต. เสรี ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต?" คำว่า โดยทุจริตนี้มีความหมายว่าเพื่อแสวงหาประโยชน์มี่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น แม้จะไม่มีรายละเอียดว่าทุจริตอย่างไร ก็เพียงพอที่จะทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งอาจทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังได้ จึงสมควรที่ศาลชั้นต้นจะต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองให้งดไต่สวนมูลฟ้องและเห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษา ยกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2560/2544 พลตำรวจโทเสรี เตมียเวส โจทก์ นายอดิศร เพียงเกษ กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 326 , ม. 328 ป.วิ.อ. ม. 158 (5) , ม. 162 (1)