ฎีกาที่ 8897/2543
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
กรมธรรม์ประกันภัยซึ่งจำเลยที่ 1 ทำไว้ต่อจำเลยที่ 4 ผู้รับประกันภัยระบุว่า ในกรณีที่มีความสูญหายหรือความเสียหายที่มิอาจซ่อมได้ จำเลยที่ 4 จะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ผู้รับประโยชน์ตามส่วนได้เสียก่อนนั้นเป็นสัญญาประกันภัยซึ่งจำเลยที่ 4 กับจำเลยที่ 1 ตกลงกันว่าจะให้บุคคลภายนอกได้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยควรได้รับ อันเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอก ตามความใน ป.พ.พ. มาตรา 374 เมื่อมาตรา 374 วรรคสอง บัญญัติว่า? สิทธิของบุคคลภายนอกย่อมเกิดมีขึ้นตั้งแต่เวลาที่แสดงเจตนาแก่ลูกหนี้ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้น แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้แสดงเจตนาแก่จำเลยที่ 4 ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญาดังกล่าวเลย สิทธิของโจทก์จึงยังไม่เกิดขึ้นตามมาตรา 374 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องให้จำเลยที่ 4 ใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีคืนทุนหรือกรณีที่รถยนต์เสียหายโดยสิ้นเชิงแก่โจทก์ได้ เรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ราคารถยนต์ 1,453,364.55 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่สัญญาเลิกจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 157,381.46 บาท แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ราคารถยนต์เป็นเงิน 1,100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลยที่ 4 โดยกำหนดค่าทนายความรวม 22,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญา เช่าซื้อ รถยนต์กับโจทก์ จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม และจำเลยที่ 1 ประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้ต่อจำเลยที่ 4 โดยจำกัดความรับผิดเป็นเงิน 1,800,000 บาท กรมธรรม์ประกันภัยระบุข้อตกลงระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 4 ไว้ว่า ในกรณีมีความสูญหายหรือความเสียหายที่มิอาจซ่อมได้ จำเลยที่ 4 จะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ตามส่วนได้เสียก่อน ต่อมารถยนต์คันดังกล่าวประสบอุบัติเหตุเสียหาย และจำเลยที่ 4 จ่ายเงินจำนวน 1,800,000 บาท เต็มตามความรับผิดในสัญญาประกันภัยแก่จำเลยที่ 1 ไปแล้ว ในส่วนของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันใช้ราคารถยนต์แก่โจทก์เป็นเงิน 1,100,000 บาท คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 4 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ชำระราคารถยนต์ดังกล่าวแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า กรมธรรม์ประกันภัยซึ่งจำเลยที่ 1 ผู้เอาประกันภัยทำไว้ต่อจำเลยที่ 4 ผู้รับประกันภัย ระบุว่า ในกรณีที่มีความสูญหายหรือความเสียหายที่มิอาจซ่อมได้ จำเลยที่ 4 จะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ผู้รับประโยชน์ตามส่วนได้เสียก่อนนั้น เป็นสัญญาประกันภัยซึ่งจำเลยที่ 4 กับจำเลยที่ 1 ตกลงกันว่าจะให้บุคคลภายนอกได้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยควรได้รับ อันเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอก ตามความใน ป.พ.พ. มาตรา 374 เมื่อมาตรา 374 วรรคสอง บัญญัติว่า? สิทธิของบุคคลภายนอกย่อมเกิดมีขึ้นตั้งแต่เวลาที่แสดงเจตนาแก่ลูกหนี้ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้น แต่ตามทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้แสดงเจตนาแก่จำเลยที่ 4 ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญาดังกล่าวเลย ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ก็เบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยที่ 4 ตอนหนึ่งว่า ในวันที่จำเลยที่ 4 มอบเช็คชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่จำเลยที่ 1 พยานมิได้คัดค้านว่าจะต้องชำระให้แก่พยานในฐานะผู้รับประโยชน์ และก่อนหน้านี้โจทก์ก็มิได้มีหนังสือแสดงเจตนาที่จะใช้สิทธิในฐานะเป็นผู้รับประโยชน์ไปยังจำเลยที่ 4 ด้วย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ยุติว่า โจทก์มิได้แสดงเจตนาที่จะถือเอาประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันภัย สิทธิของโจทก์จึงยังไม่เกิดขึ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 374 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องให้จำเลยที่ 4 ใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีคืนทุน หรือกรณีที่รถยนต์เสียหายโดยสิ้นเชิงแก่โจทก์ ตามกรมธรรม์ประกันภัยได้ เรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 10,000 บาท แทนจำเลยที่ 4 ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกินจากทุนทรัพย์ 1,100,000 บาท แก่โจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8897/2543 บริษัทไทย. วี. พี. ลิสซิ่ง จำกัด โจทก์ นายสุรศักดิ์ นันธิกุล กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 374 ป.วิ.พ. ม. 142 (5)