ฎีกาที่ 8703/2543
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 4
พ.ศ. 2497 · ตรงจากแหล่ง
ความผิดตามมาตรา 3 ให้ถือว่าเป็นความผิดต่อส่วนตัว
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 4 ผู้ใดออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยมีลักษณะหรือมีการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (1) เจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น (2) ในขณะที่ออ...
ย่อสั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 วรรคสอง ได้บัญญัติไว้ว่า "สัญญา เช่าซื้อ นั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าเป็นโมฆะ"ย่อมมีความหมายว่าคู่สัญญาต้องลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญา เช่าซื้อ ทั้งสองฝ่าย ถ้าฝ่ายใดมิได้ลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญาจะถือว่าฝ่ายนั้นทำหนังสือสัญญาด้วยมิได้ เมื่อปรากฏว่าในวันออกเช็คพิพาททั้งสองฉบับโจทก์ผู้ให้ เช่าซื้อ ยังมิได้ลงลายมือชื่อในสัญญา เช่าซื้อ ให้ถูกต้อง คงมีแต่จำเลยผู้ เช่าซื้อ ลงลายมือชื่อแต่ฝ่ายเดียว สัญญา เช่าซื้อ ดังกล่าวย่อมไม่มีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย แม้ ช. ผู้รับมอบอำนาจโจทก์จะมาลงลายมือชื่อในฐานะตัวแทนผู้ให้ เช่าซื้อ ในภายหลังก็หามีผลย้อนหลังไม่ดังนั้น ในวันออกเช็คพิพาทแต่ละฉบับ จำเลยจึงไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระค่า เช่าซื้อ รถยนต์บรรทุกสิบล้อคันที่สองให้แก่โจทก์ตามสัญญา เช่าซื้อ เมื่อเช็คพิพาทแต่ละฉบับ จำเลยได้สั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้ค่า เช่าซื้อ รถยนต์บรรทุกสิบล้อทั้งสองคันตามสัญญา เช่าซื้อ ทั้งสองฉบับรวมกันเช็คพิพาทแต่ละฉบับจึงมีเงินค่า เช่าซื้อ ส่วนที่โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องบังคับให้จำเลยชำระรวมอยู่ด้วย จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่บังคับได้โดยชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของจำเลยย่อมขาดองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 4
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 2 เดือนรวมจำคุก 4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องดังที่ศาลชั้นต้นพิพากษาหรือไม่ ศาลฎีกาตรวจดูแล้วปรากฏว่าสำเนาสัญญา เช่าซื้อ เอกสารหมาย จ.5 คงมีแต่ตราประทับของโจทก์ ปรากฏอยู่ในช่องเจ้าของหรือผู้ให้ เช่าซื้อ เท่านั้น โดยกรรมการหรือตัวแทนผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อทำนิติกรรม เช่าซื้อ แทนโจทก์มิได้ลงลายมือชื่อไว้ในช่องเจ้าของหรือผู้ให้ เช่าซื้อ ในเอกสารดังกล่าวด้วย ส่วนสัญญา เช่าซื้อ เอกสารหมาย จ.16 ซึ่งเป็นเอกสารต้นฉบับของสำเนาเอกสารดังกล่าวมีลายมือชื่อนายเชิดชัย ลีสวรรค์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ปรากฏอยู่คู่กับตราประทับของโจทก์ จึงเชื่อได้ว่านายเชิดชัยตัวแทนผู้มีอำนาจทำนิติกรรม เช่าซื้อ แทนโจทก์เพิ่งมาลงลายมือชื่อในต้นฉบับหนังสือสัญญา เช่าซื้อ เอกสารหมาย จ.16 ภายหลังจากมีการไต่สวนมูลฟ้องคดีนี้แล้ว คดีจึงรับฟังได้ต่อไปว่าในวันออกเช็คหรือวันที่ลงในเช็คพิพาททั้งสองฉบับนั้นในสัญญา เช่าซื้อ เอกสารหมาย จ.16 ฝ่ายโจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้ เช่าซื้อ ยังมิได้ลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญาให้ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 วรรคสอง ได้บัญญัติไว้ว่า "สัญญา เช่าซื้อ นั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าเป็นโมฆะ" ตามบทบัญญัติดังกล่าวย่อมมีความหมายว่าคู่สัญญาต้องลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญา เช่าซื้อ ทั้งสองฝ่ายถ้าฝ่ายใดมิได้ลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญา จะถือว่าฝ่ายนั้นทำหนังสือสัญญาด้วยมิได้ เมื่อปรากฏว่าในวันออกเช็คพิพาททั้งสองฉบับ โจทก์ผู้ให้ เช่าซื้อ ยังมิได้ลงลายมือชื่อในสัญญา เช่าซื้อ เอกสารหมาย จ.16 ให้ถูกต้องคงมีแต่จำเลยผู้ เช่าซื้อ ลงลายมือชื่อแต่ฝ่ายเดียวสัญญา เช่าซื้อ ดังกล่าวย่อมไม่มีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย แม้นายเชิดชัยผู้รับมอบอำนาจโจทก์จะมาลงลายมือชื่อในเอกสารดังกล่าวในฐานะตัวแทนผู้ให้ เช่าซื้อ ในภายหลังก็หามีผลย้อนหลังไม่ ดังนั้น ในวันออกเช็คพิพาทแต่ละฉบับ จำเลยจึงไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระค่า เช่าซื้อ รถยนต์บรรทุกสิบล้อคันที่สองให้แก่โจทก์ตามสัญญา เช่าซื้อ เอกสารหมาย จ.16 คดีได้ความต่อไปอีกว่าเช็คพิพาทแต่ละฉบับ จำเลยได้สั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้ค่า เช่าซื้อ รถยนต์บรรทุกสิบล้อทั้งสองคันตามสัญญา เช่าซื้อ ทั้งสองฉบับรวมกัน ดังนั้น เช็คพิพาทแต่ละฉบับจึงมีเงินค่า เช่าซื้อ ส่วนที่โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องบังคับให้จำเลยชำระรวมอยู่ด้วยการออกเช็คพิพาทแต่ละฉบับดังกล่าวของจำเลยจึงถือไม่ได้ว่า เป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่บังคับได้โดยชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของจำเลยย่อมขาดองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2534 มาตรา 4 ศาลจึงไม่อาจลงโทษแก่จำเลยตามฟ้องได้ ปัญหาดังกล่าวแม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและยกฟ้องโจทก์เสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225 ปัญหาข้ออื่นตามฎีกาของโจทก์ไม่จำต้องวินิจฉัยอีกต่อไป เพราะไม่อาจมีผลเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษานี้ได้ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8703/2543 บริษัทสระบุรี เอส ไอ ที ลิสซิ่ง จำกัด โจทก์ นายทวี เณรชู จำเลย ป.พ.พ. ม. 572 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม. 4