ฎีกาที่ 8895/2543
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) สำหรับ ที่ดิน กับ ที่ดิน พิพาทหรือสิทธิครอบครองใน ที่ดิน ถือเป็นคนละส่วนกัน เห็นได้จากการที่โจทก์สามารถขอให้ทางราชการออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ให้ใหม่ได้ แต่สิทธิครอบครองเป็นลักษณะอาการทางกฎหมายอย่างหนึ่งซึ่งจะได้มาก็ต้องด้วยเจตนายึดถือทรัพย์สินหรือ ที่ดิน พิพาทไว้เพื่อตนเองเท่านั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1367 การที่โจทก์เคยฟ้องเรียกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) คืนจากจำเลยและศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยคืนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) แก่โจทก์ จึงไม่เกี่ยวกับสิทธิครอบครองใน ที่ดิน อันจำเลยได้ยึดถือตัวทรัพย์ไว้หรืออาจยึดถือตัวทรัพย์ไว้เพื่อตน ซึ่งโจทก์จะต้องไปดำเนินการในเรื่องถูกแย่งการครอบครองและฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองเป็นอีกกรณีหนึ่งต่างหาก ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 กรณียังไม่อาจถือได้ว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิเรียก ที่ดิน พิพาทคืนจากการครอบครองของจำเลยแล้ว
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจาก ที่ดิน ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 1663 ตำบลหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา และส่งมอบ ที่ดิน แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอนให้โจทก์เป็นผู้มีสิทธิรื้อถอนเอง โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน และให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจาก ที่ดิน ของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องใน ที่ดิน ดังกล่าวอีกต่อไป กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เป็นเงิน 222,000 บาท และชดใช้ค่าเสียหายอีกเดือนละ 6,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนและขนย้ายทรัพย์สิน สิ่งปลูกสร้างออกไปจาก ที่ดิน ดังกล่าวเสร็จสิ้น จำเลยให้การว่า สิทธิในการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่ง ที่ดิน พิพาทของโจทก์ได้ระงับสิ้นไปแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) สำหรับ ที่ดิน กับ ที่ดิน พิพาทหรือสิทธิครอบครองใน ที่ดิน ถือเป็นคนละส่วนกัน ดังจะเห็นได้จากการที่โจทก์สามารถขอให้ทางราชการออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ให้ใหม่ได้ แต่สิทธิครอบครองเป็นลักษณะอาการทางกฎหมายอย่างหนึ่งซึ่งจะได้มาก็ต้องด้วยเจตนายึดถือทรัพย์สินหรือ ที่ดิน พิพาทไว้เพื่อตนเองเท่านั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1367 ดังนั้น การที่ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยคืนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) แก่โจทก์จึงไม่เกี่ยวกับสิทธิครอบครองใน ที่ดิน อันจำเลยได้ยึดถือตัวทรัพย์ไว้หรืออาจยึดถือตัวทรัพย์ไว้เพื่อตน ซึ่งโจทก์จะต้องไปดำเนินการในเรื่องถูกแย่งการครอบครองและฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองเป็นอีกกรณีหนึ่งต่างหาก ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 ดังนี้ จึงยังไม่อาจถือได้ว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิเรียก ที่ดิน พิพาทคืนจากการครอบครองของจำเลยแล้ว และโดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าศาลฎีกาจะได้มีคำพิพากษาในคดีดังกล่าวเกินกว่า 1 ปี แล้วหรือไม่ก็ตามด้วย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8895/2543 นางลิ้ม สาระกุล โจทก์ นายสนิท ศรีชมภู จำเลย ป.พ.พ. ม. 1367 , ม. 1375