ฎีกาที่ 8793/2543
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
บทบัญญัติมาตรา 60 แห่งประมวลกฎหมาย ที่ดิน ฯ เป็นเพียงการกำหนดวิธีการให้เจ้าพนักงาน ที่ดิน ดำเนินการสอบสวนเปรียบเทียบและสั่งการในกรณีที่มีการโต้แย้งสิทธิกันในการขอออกโฉนด ที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่านั้น แม้จะมีข้อกำหนดไว้ว่าเมื่อเจ้าพนักงาน ที่ดิน สั่งการอย่างไรแล้ว ให้ฝ่ายที่ไม่พอใจไปดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งก็ตาม แต่ข้อกำหนดดังกล่าวคงเป็นเพียงการกำหนดขั้นตอนเพื่อให้เจ้าพนักงาน ที่ดิน ปฏิบัติภายหลังจากที่ได้สั่งการไปแล้ว คือหากมีการฟ้องคดีต่อศาลก็ให้เจ้าพนักงาน ที่ดิน รอเรื่องไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดประการใดก็ให้ดำเนินการไปตามนั้น ถ้าไม่ฟ้องภายในกำหนดก็ให้ดำเนินการไปตามที่เจ้าพนักงาน ที่ดิน จังหวัดสั่งหาใช่เป็นเงื่อนไขในการฟ้องคดีต่อศาลไม่ ทั้งบทบัญญัติดังกล่าวก็มิได้ห้ามมิให้ฟ้องคดีหากมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ดังที่บัญญัติห้ามไว้ในกฎหมายอื่นดังนั้น เมื่อโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 55 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครอง ที่ดิน มือเปล่า 1 แปลงเมื่อต้นปี 2542 ทางราชการได้ประกาศเดินสำรวจออกโฉนด ที่ดิน โจทก์ได้ยื่นคำขอให้เดินสำรวจออกโฉนด ที่ดิน แปลงนี้ให้แก่โจทก์ ซึ่งทางราชการได้ดำเนินการตามคำขอของโจทก์จนเสร็จและเตรียมที่จะออกโฉนด ที่ดิน ให้แก่โจทก์ แต่ปรากฏว่าจำเลยได้มีหนังสือแจ้งคณะกรรมการขอให้ระงับการออกโฉนด ที่ดิน ให้แก่โจทก์ โดยอ้างว่าเป็น ที่ดิน สาธารณะประโยชน์คณะกรรมการจึงได้แจ้งต่อโจทก์ว่าต้องให้จำเลยผู้คัดค้านไปเพิกถอนคำคัดค้านเสียก่อนจึงจะพิจารณาออกโฉนด ที่ดิน ให้แก่โจทก์ต่อไปได้ โจทก์ได้พยายามติดต่อจำเลยแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยไม่ยอมดำเนินการใด ๆขอให้พิพากษาว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครอง ที่ดิน ตามฟ้องห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง และให้จำเลยไปดำเนินการเพิกถอนหนังสือคัดค้านการขอออกโฉนด หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องของโจทก์แล้วมีคำสั่งว่า ตามประมวลกฎหมาย ที่ดิน มาตรา 60 หากมีผู้โต้แย้งสิทธิในการออกโฉนด ที่ดิน และไม่สามารถตกลงกันได้ ให้เจ้าพนักงาน ที่ดิน จังหวัดหรือเจ้าพนักงาน ที่ดิน จังหวัดสาขาพิจารณาสั่ง และหากคู่กรณีไม่พอใจคำสั่งดังกล่าวให้ฟ้องต่อศาลภายใน60 วัน แต่ตามคำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายให้เห็นว่าเจ้าพนักงาน ที่ดิน จังหวัดมีคำสั่งในเรื่องที่จำเลยมาคัดค้านการออกโฉนด ที่ดิน อย่างไร เพียงแต่บรรยายว่าคณะกรรมการสำรวจออกโฉนดระงับการออกโฉนด ที่ดิน ของโจทก์กรณีจึงยังไม่ครบตามเงื่อนไขที่จะฟ้องคดีต่อศาล ถือได้ว่ายังไม่มีการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "บทบัญญัติในมาตรา 60 แห่งประมวลกฎหมาย ที่ดิน เป็นเพียงการกำหนดวิธีการให้เจ้าพนักงาน ที่ดิน ดำเนินการสอบสวนเปรียบเทียบและสั่งการในกรณีที่มีการโต้แย้งสิทธิกันในการขอออกโฉนด ที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เท่านั้น แม้จะมีข้อกำหนดไว้ว่าเมื่อเจ้าพนักงาน ที่ดิน สั่งการอย่างไรแล้วให้ฝ่ายที่ไม่พอใจไปดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งก็ตาม แต่ข้อกำหนดดังกล่าวคงเป็นเพียงการกำหนดขั้นตอนเพื่อให้เจ้าพนักงาน ที่ดิน ปฏิบัติภายหลังจากที่ได้สั่งการไปแล้ว คือหากมีการฟ้องคดีต่อศาลก็ให้เจ้าพนักงาน ที่ดิน รอเรื่องไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดประการใดก็ให้ดำเนินการไปตามนั้น ถ้าไม่ฟ้องภายในกำหนดก็ให้ดำเนินการไปตามที่เจ้าพนักงาน ที่ดิน จังหวัดหรือเจ้าพนักงาน ที่ดิน จังหวัดสาขาสั่งแล้วแต่กรณี หาใช่เป็นเงื่อนไขในการฟ้องคดีต่อศาลไม่ ทั้งบทบัญญัติดังกล่าวก็มิได้ห้ามมิให้ฟ้องคดีหากมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ดังที่บัญญัติห้ามไว้ในกฎหมายอื่น ดังนั้น เมื่อโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8793/2543 นายปรก อัมระนันท์ โจทก์ นายบรรพต ทองเพน หรือทองแพน จำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 ป.ที่ดิน ม. 60