ฎีกาที่ 8193/2543
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ประสบปัญหาด้านการตลาด คำสั่งซื้อสินค้าลดลงมาก ทำให้การดำเนินงานของโจทก์ในส่วนการประกอบชิ้นส่วนลดน้อยลง ถือเป็นเหตุจำเป็นที่โจทก์สามารถสั่งให้หยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวได้ การที่โจทก์สั่งให้ลูกจ้างที่ทำงานในส่วนการประกอบหยุดงานชั่วคราวเป็นเวลา 2 เดือนจึงชอบด้วยกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คุ้มครอง แรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 75 ได้กำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้างในช่วงที่นายจ้างหยุดกิจการชั่วคราว เมื่อโจทก์ได้จ่ายค่าจ้างในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้างในวันทำงาน รวมทั้งเบี้ยขยันและค่าอาหาร รวมแล้วประมาณร้อยละ 80 ของค่าจ้าง นับว่าเป็นคุณแก่ลูกจ้างอยู่แล้ว โจทก์จึงไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างปกติเต็มจำนวนให้แก่ลูกจ้างที่โจทก์สั่งให้หยุดงานชั่วคราวอีก
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นพนักงานตรวจ แรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงาน จังหวัดปทุมธานี จำเลยสอบสวนแล้วมีคำสั่งที่ 007/2542 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2542 ว่า คำสั่งที่สั่งให้ลูกจ้างหยุดงานชั่วคราวของโจทก์ไม่ชอบตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 75 ให้โจทก์จ่ายเงินค่าจ้างแก่ลูกจ้างที่ยื่นคำขอจำนวน 180 คน เป็นเงิน 335,456.14 บาท ซึ่งคำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวของจำเลย จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาล แรงงาน กลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี แรงงาน วินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า การหยุดกิจการชั่วคราวตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 75 นั้น มุ่งถึงตัวกิจการงานเป็นสาเหตุ มิได้มุ่งถึงให้เลือกปฏิบัติกับบุคคล การที่โจทก์สั่งให้ลูกจ้างของโจทก์บางส่วนหยุดงานเป็นการชั่วคราว โดยพิจารณาถึงคนมิใช่พิจารณาจากงาน จึงเป็นสาเหตุให้โจทก์สั่งให้หยุดกิจการชั่วคราวได้นั้น เห็นว่าเหตุจำเป็นของโจทก์ในคดีนี้มีมูลเหตุมาจากงานที่ส่วนการประกอบลดน้อยลง ซึ่งก็มีผลโดยตรงถึงคน คือมีงานไม่เพียงพอให้ลูกจ้างในส่วนดังกล่าวทำ เมื่อโจทก์ประสบปัญหาด้านการตลาด คำสั่งซื้อสินค้าลดลงมาก ทำให้ส่วนการประกอบมีคำสั่งซื้อลดลง ถือว่าเป็นเหตุจำเป็นที่โจทก์สามารถสั่งให้หยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวได้ การที่โจทก์สั่งให้ลูกจ้างที่ทำงานในส่วนการประกอบหยุดงานชั่วคราว 2 เดือน จึงชอบด้วยมาตรา 75 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ.2541 แล้วซึ่งในช่วงที่หยุดกิจการชั่วคราวนั้น นายจ้างต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้าง แต่โจทก์ได้จ่ายค่าจ้างอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้างในวันทำงาน เบี้ยขยันเดือนละ 1,000 บาท และค่าอาหารเดือนละ 480 บาท รวมแล้วประมาณร้อยละ 80 ของค่าจ้าง นับว่าเป็นคุณแก่ลูกจ้างอยู่แล้ว โจทก์จึงไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างปกติเต็มจำนวนให้แก่ลูกจ้างที่โจทก์สั่งให้หยุดงานชั่วคราวอีก ที่ศาล แรงงาน กลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ?? ?? ?? ?? 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8193/2543 บริษัทมิซึกิ อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ นายนิคม ทับทิมธงไชย จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม. 75