ฎีกาที่ 7703/2543
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
แม้ผู้ร้องจะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของลูกหนี้ แต่ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้เกินกำหนดเวลาตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย ฯมาตรา 91 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงได้ยกคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องดังนี้ ผู้ร้องจึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิขอให้ศาลสั่งยกเลิกการ ล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย ฯ มาตรา 135 ได้ นอกจากนั้นเหตุต่าง ๆ ที่ผู้ร้องยกขึ้นอ้างในคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการ ล้มละลาย ของลูกหนี้นั้นล้วนแต่เป็นเหตุที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดซึ่งเป็นข้อที่ศาลชั้นต้นจะพึงหยิบยกขึ้นวินิจฉัยก่อนที่จะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ ล้มละลาย ฯ มาตรา 14 คือถ้ามีเหตุดังกล่าวก็ไม่ควรให้ลูกหนี้ ล้มละลาย ศาลก็จะพิพากษายกฟ้อง แต่เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดและถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องก็ไม่มีสิทธิที่จะหยิบยกเอาเหตุดังกล่าวมาขอให้ศาลสั่งยกเลิกการ ล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย ฯ มาตรา 135(2) ได้อีก
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2539 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด และวันที่ 15 ตุลาคม 2540 ได้พิพากษาให้จำเลยลูกหนี้เป็นบุคคล ล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 61 เจ้าหนี้รายที่ 1 เจ้าหนี้รายที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์และเจ้าหนี้รายที่ 4 ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยไม่มีเจ้าหนี้หรือลูกหนี้คัดค้านคำขอรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีความเห็นให้เจ้าหนี้ทั้งสามรายมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เจ้าหนี้ทั้งสามได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้องยื่นคำร้องลงวันที่ 18 มีนาคม 2542 ต่อศาลชั้นต้น ขอให้มีคำสั่งยกเลิกการ ล้มละลาย ของลูกหนี้ เพราะผู้ร้องเสียหายเนื่องจากผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของลูกหนี้ที่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2542 แล้ว แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีความเห็นให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องเพราะเหตุว่าผู้ร้องมิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด ทั้งความจริงลูกหนี้ก็มิได้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันที่ 18 มีนาคม 2542 ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี ล้มละลาย วินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีส่วนได้เสียที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการ ล้มละลาย ของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 135(2) หรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องมีส่วนได้เสียที่จะยื่นคำร้องดังกล่าวเพราะโจทก์จำเลยคบคิดกันฉ้อฉลให้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดี ล้มละลาย ทั้งที่ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน และจำเลยเป็นบริษัทมีทุนจดทะเบียนถึง60,000,000 บาท และยังมีที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมีมูลค่าไม่น้อยกว่า400,000,000 บาท นั้น เห็นว่า แม้ผู้ร้องจะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของลูกหนี้ แต่ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้เกินกำหนดเวลาตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงได้ยกคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้อง ดังนี้ ผู้ร้องจึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิขอให้ศาลสั่งยกเลิกการ ล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 135 ได้ นอกจากนี้แล้วเหตุต่าง ๆ ที่ผู้ร้องยกขึ้นอ้างในคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการ ล้มละลาย ของลูกหนี้นั้นล้วนแต่เป็นเหตุที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ซึ่งเป็นข้อที่ศาลชั้นต้นจะพึงหยิบยกขึ้นวินิจฉัยก่อนที่จะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 คือถ้ามีเหตุดังกล่าวที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ ล้มละลาย ศาลก็จะพิพากษายกฟ้อง แต่เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดและถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องก็ไม่มีสิทธิที่จะหยิบยกเอาเหตุดังกล่าวมาขอให้ศาลสั่งยกเลิกการ ล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 135(2) ได้อีกที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7703/2543 นางสาว อุมาพร แซ่เบ๊ โจทก์ นางสาว ภคนันท์หรือนวลลออ อภิมุขดิลกหรือปวรัตม์ ผู้ร้อง บริษัท เดอะฟิฟท์สตรีท จำกัด จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 14 , ม. 91 , ม. 135