ฎีกาที่ 6441/2543
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่ศาลจะมีคำสั่งตามคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยย่อมมีผลทำให้ศาลต้องหยิบยกปัญหาในเรื่องหนี้ของจำเลยขึ้นพิจารณาใหม่ จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทรัพย์ของจำเลย เมื่อจำเลยเป็นบุคคล ล้มละลาย อำนาจในการต่อสู้คดีย่อมเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวแม้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะมาแถลงต่อศาลว่าไม่ติดใจคัดค้านคำขอพิจารณาใหม่ ก็ไม่ทำให้อำนาจในการต่อสู้คดีของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เปลี่ยนแปลงไป จำเลยไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ด้วยตนเอง
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้กู้ยืมจำนวน 2,703,603.27 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 2,047,164.55 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน2,047,164.55 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี นับแต่วันที่ 2พฤษภาคม 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 656,438.72 บาท จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่และแก้ไขคำร้องว่าจำเลยเป็นบุคคล ล้มละลาย ตามคำพิพากษาศาลแพ่งในคดีหมายเลขแดงที่ ล.152/2533 หนี้กู้ยืมคดีนี้เกิดขึ้นภายหลังที่จำเลยเป็นบุคคล ล้มละลาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และจำเลยไม่ทราบมาก่อนว่าถูกโจทก์ฟ้องเพิ่งมาทราบเมื่อมีการส่งคำบังคับแล้ว จึงมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา โจทก์คัดค้านว่า โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยณ ภูมิลำเนาของจำเลย จึงเป็นการส่งโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องและให้ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การยื่นคำร้องขอพิจารณาใหม่ของจำเลยดังกล่าวหากศาลมีคำสั่งตามคำร้องย่อมมีผลทำให้ศาลต้องหยิบยกปัญหาในเรื่องหนี้ของจำเลยขึ้นพิจารณาใหม่ จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทรัพย์ของจำเลย เมื่อจำเลยเป็นบุคคล ล้มละลาย อำนาจในการต่อสู้คดีย่อมเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 ซึ่งบัญญัติว่า "เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจดังต่อไปนี้(3) ประนีประนอมยอมความหรือฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้" แม้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะมาแถลงต่อศาลว่าไม่ติดใจคัดค้านคำขอพิจารณาใหม่ก็ไม่ทำให้อำนาจในการต่อสู้คดีของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เปลี่ยนแปลงไป จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ด้วยตนเอง ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6441/2543 ธนาคาร นครหลวงไทย โจทก์ นาย เล็ก ถาวรโชติ หรือ นาย วศิน สุทธิพงศกร จำเลย ป.วิ.พ. ม. 199 จัตวา พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 22