ฎีกาที่ 7388/2543
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
กรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถระบุว่า เมื่อบริษัทโจทก์ผู้รับ ประกันภัย ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว แต่บริษัทไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายหรือตามกรมธรรม์นี้ต่อผู้เอา ประกันภัย เพราะกรณีดังกล่าวข้างต้นนั้นซึ่งผู้เอา ประกันภัย ต้องรับผิดต่อผู้ประสบภัย ผู้เอา ประกันภัย ต้องใช้จำนวนเงินที่บริษัทได้จ่ายไปนั้นคืนให้บริษัทภายใน 7 วัน แสดงว่าโจทก์ จะเรียกให้ผู้เอา ประกันภัย ใช้เงินคืนแก่โจทก์ได้เฉพาะกรณีที่ผู้เอา ประกันภัย ต้องรับผิดต่อผู้ประสบภัย เมื่อ ส. เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันที่จำเลยได้เอา ประกันภัย ไว้กับโจทก์ไปเฉี่ยวชน จ. ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก หาใช่จำเลยซึ่งเป็น ผู้เอา ประกันภัย ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปเฉี่ยวชน จ. และต้องรับผิดต่อ จ. ไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะเรียกให้จำเลย ใช้จำนวนเงินที่โจทก์ได้จ่ายไปคืน
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี รวมเป็นเงิน 56,875 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 50,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า การที่โจทก์จะเรียกเงินที่โจทก์ได้จ่ายไปคืนได้นั้น กรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถตอนท้ายระบุว่า เมื่อบริษัทได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว แต่บริษัทไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายหรือตามกรมธรรม์นี้ต่อผู้เอา ประกันภัย เพราะกรณีดังกล่าวข้างต้นนั้นซึ่งผู้เอา ประกันภัย ต้องรับผิดต่อผู้ประสบภัย ผู้เอา ประกันภัย ต้องใช้จำนวนเงินที่บริษัทได้จ่ายไปนั้นคืนให้บริษัทภายใน 7 วัน แสดงว่าโจทก์จะเรียกให้ผู้เอา ประกันภัย ใช้เงินคืนแก่โจทก์ได้เฉพาะกรณีที่ผู้เอา ประกันภัย ต้องรับผิดต่อผู้ประสบภัย แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความว่า นายสมคิดเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันที่จำเลยได้เอา ประกันภัย ไว้กับโจทก์ไปเฉี่ยวชนนายเจริญชัย หาใช่จำเลยซึ่งเป็นผู้เอา ประกันภัย ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปเฉี่ยวชนนายเจริญชัยและต้องรับผิดต่อนายเจริญชัยแต่อย่างใดไม่ กรณีไม่ต้องด้วยกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โจทก์จึงไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกให้จำเลยใช้จำนวนเงินที่โจทก์ได้จ่ายไปคืน ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน จำเลยไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นนี้ให้. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7388/2543 บริษัทเอราวัณ ประกันภัย จำกัด โจทก์ นายอภิชาติ ปราบนอก จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ม. 16