ฎีกาที่ 3675/2543
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือ รับของโจร ฐานใดฐานหนึ่ง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐาน รับของโจร ต้องถือว่าศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยเต็มตามความประสงค์ของโจทก์แล้ว โจทก์ย่อมไม่อาจฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เพื่อให้ลงโทษจำเลยเป็นอย่างอื่นได้อีก คดีเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยกระทำผิดฐาน รับของโจร จำเลยจึงต้องรับผิดคืนเงินที่จำเลยรับไว้ในการกระทำผิดฐาน รับของโจร และยังไม่ได้คืนให้แก่ผู้เสียหายเท่านั้น หาใช่ต้องคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามฟ้องไม่ การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยคืนเงินจำนวนเต็มตามฟ้องให้แก่ผู้เสียหายนั้นยังไม่ถูกต้องศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า มีคนร้ายหลายคนเข้าไปในสำนักงานของบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะเซลส์ จำกัด ผู้เสียหายโดยปีนหน้าต่างซึ่งเป็นสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์และเป็นช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้าแล้ว ลักเอาเงินสดธนบัตรและเหรียญรวม225,621 บาท กับเครื่องบันทึกการขาย (คอมพิวเตอร์) จำนวน 8เครื่องเป็นเงิน 960,000 บาท รวมราคาทรัพย์ทั้งสิ้น 1,185,621 บาทของผู้เสียหายซึ่งอยู่ในความดูแลของนายอภิชาติ อมรเวชยกุลไปโดยทุจริต ต่อมาเจ้าพนักงานจับจำเลยกับลูกจ้างของผู้เสียหายซึ่งศาลพิพากษาลงโทษไปแล้วได้ และยึดเงินสดจำนวน 61,100 บาทพวงกุญแจหนังสีดำ 1 พวง พร้อมลูกกุญแจ 11 ดอก ลูกกุญแจส่วนที่อยู่ในซิปจำนวน 3 ดอก และเครื่องบันทึกการขาย (คอมพิวเตอร์)จำนวน 8 เครื่อง ได้จากนายประยูร และยึดเงินสดจำนวน 11,000บาท ได้จากจำเลย อันเป็นทรัพย์สินส่วนหนึ่งที่ถูกลักไปเป็นของกลางทั้งนี้โดยจำเลยกับนายประยูรร่วมกันลักทรัพย์ของผู้เสียหาย หรือมิฉะนั้นจำเลยกับนายประยูรร่วมกันรับเอาไว้ ซ่อนเร้น ช่วยจำหน่ายพาเอาไปเสีย ซื้อหรือรับไว้ประการใด ซึ่งทรัพย์ดังกล่าวที่ถูกคนร้ายลักไป โดยจำเลยกับนายประยูรรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335(1)(3)(4)(7), 357 กับคืนเงินสดจำนวน 153,521 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(3)(4)(7) วรรคสาม ประกอบด้วยมาตรา 83 จำคุก 7 ปีลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 4 ปี 8 เดือน ให้จำเลยร่วมคืนเงินจำนวน 153,521 บาท แก่ผู้เสียหาย ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 3 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ให้จำเลยร่วมคืนเงินจำนวน 60,000 บาทแก่ผู้เสียหาย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือ รับของโจร ฐานใดฐานหนึ่ง เมื่อปรากฏว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐาน รับของโจร ต้องถือว่าศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยเต็มตามความประสงค์ของโจทก์แล้ว โจทก์ย่อมไม่อาจฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เพื่อให้ลงโทษจำเลยเป็นอย่างอื่นได้อีก ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้มีคำสั่งคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามฟ้องของโจทก์นั้น เมื่อคดีเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยกระทำผิดฐาน รับของโจร จำเลยจึงต้องรับผิดคืนเงินที่จำเลยรับไว้ในการกระทำผิดฐาน รับของโจร และยังไม่ได้คืนให้แก่ผู้เสียหายจำนวน 59,000 บาท เท่านั้น หาใช่ต้องคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามฟ้องดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐาน รับของโจร นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยคืนเงินจำนวน60,000 บาท ให้แก่ผู้เสียหายนั้น ยังไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 59,000 บาทที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3675/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาย อำนาจ ขันทะ จำเลย ป.วิ.อ. ม. 47 , ม. 49 , ม. 195