ฎีกาที่ 7115/2542
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 (ยกเลิก) มาตรา 4
พ.ศ. 2490 · approved_timeline_selection
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ (1) “สัตว์น้ำ” หมายความว่า สัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำหรือมีวงจรชีวิตส่วนหนึ่งอยู่ในน้ำหรืออาศัยอยู่ในบริเวณที่น้ำท่วมถึง เช่น ปลา กุ้ง ปู แมงดาทะเล หอย เต่า...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 (ยกเลิก) มาตรา 33
พ.ศ. 2490 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 33 การโอนประทานบัตร ใบอนุญาตและอาชญาบัตรและการออกใบแทนเอกสารเช่นว่านั้น และการสลักหลังอาชญาบัตร เพื่อแก้ไขหรือเพิ่มเติมผู้มีสิทธิใช้เครื่องมือทำการประมง จะต้องเสียค่าธรรมเนีย...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 (ยกเลิก) มาตรา 60
พ.ศ. 2490 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 60 การประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้ามิได้กำหนดวิธีการไว้เป็นพิเศษในพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้ทำเป็นหนังสือปิดไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ และศาลากลางจังหวัดประจำท้องที่เป็นเวลาไม่น้อยกว...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 (ยกเลิก) มาตรา 65
พ.ศ. 2490 · approved_timeline_selection
มาตรา 65 บุคคลใดฝ่าฝืนประกาศของรัฐมนตรีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งประกาศตามความในมาตรา 32 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้ง...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 (ยกเลิก) มาตรา 69
พ.ศ. 2490 · approved_timeline_selection
มาตรา 69 เครื่องมือทำการประมง เรือ สัตว์น้ำ และสิ่งอื่น ๆ ที่ใช้ในการกระทำความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ศาลจะริบเสียก็ได้ แต่ถ้าเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 (ยกเลิก) มาตรา 70
พ.ศ. 2490 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 70 เครื่องมือทำการประมงที่ได้มีประกาศตามความในมาตรา 32 ห้ามมิให้บุคคลใดใช้โดยเด็ดขาดนั้น ถ้านำมาใช้ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำ ให้ศาลริบเครื่องมือนั้นเสีย
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 (ยกเลิก) มาตรา 71
พ.ศ. 2490 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 71 ผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องจ่ายเงินบำเหน็จแก่ผู้นำจับตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด แต่ต้องไม่เกินสองพันบาท และต้องชดใช้เงินซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการไปตาม...
ย่อสั้น
ตามสำเนาทะเบียนบ้านปรากฏชื่อนาย ด. เป็นหัวหน้า ครอบครัว นาง จ. เป็นภรรยา ส่วนผู้ร้องเป็นบุตรของนาย ด. กับนาง จ. สำเนาทะเบียนบ้านดังกล่าวเป็นเอกสารมหาชนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้นจึงต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้อง เมื่อโจทก์มิได้นำสืบหักล้างให้เห็นว่าข้อความตามที่ได้ระบุไว้นั้นไม่ถูกต้อง จึงรับฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นบุตรของนาย ด. เมื่อนาย ด. ถึงแก่ความตาย ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรของนาย ด. อันมีฐานะเป็นทายาทโดยธรรม จึงเป็นทายาทผู้หนึ่งที่มีสิทธิได้รับมรดกเรือยนต์ของกลาง แม้จะปรากฏว่านาย ด. มีบุตรอื่นอีกหลายคน ก็ต้องถือว่าผู้ร้องมีสิทธิรับมรดกร่วมเป็นเจ้าของเรือยนต์ของกลางด้วยผู้หนึ่ง ดังนั้น ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสีย มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนเรือยนต์ของกลางได้ เมื่อจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดโดยนำเรือประมงเข้าไปจับปลาในเขตหวงห้าม แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเรือประมงที่ใช้ในการกระทำความผิดมิได้เป็นของจำเลยทั้งสองแต่เป็นของผู้ร้องและผู้ร้องก็มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดดังกล่าว ศาลจึงมีอำนาจสั่งให้คืนเรือของกลางได้
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ. การประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 33, 60, 65, 69, 70, 71 และริบของกลาง ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องและริบเรือยนต์พร้อมเครื่องมืออวนลากกับสัตว์น้ำรวม 15 กิโลกรัม ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เรือยนต์พร้อมอุปกรณ์การทำประมงของกลาง โดยผู้ร้องได้รับมรดกมาจากนายดลหล้า บิดาผู้ร้อง ต่อมาวันที่ 1 มกราคม 2540 ผู้ร้องให้จำเลยที่ 1 เช่าเรือยนต์ลำดังกล่าวไปทำการประมงมีกำหนด 1 ปี จำเลยทั้งสองนำเรือยนต์พร้อมอุปกรณ์ไปใช้ในการกระทำความผิด โดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจ ขอให้คืนเรือยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของเรือยนต์ของกลาง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้คืนเรือยนต์ของกลางพร้อมอุปกรณ์การทำประมงแก่ผู้ร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยข้อแรกว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของเรือยนต์ของกลางหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายดลหล้าซึ่งเป็นเจ้าของเรือยนต์ของกลางถึงแก่ความตายไปก่อนเกิดเหตุ สำเนาทะเบียนบ้าน ปรากฏชื่อ นายดลหล้า นางเจ๊ะน๊ะ และผู้ร้องอยู่ในบ้านเดียวกันโดยระบุความเกี่ยวพันของบุคคลในบ้านกับหัวหน้า ครอบครัว คือนายดลหล้าไว้ว่า นายเจ๊ะน๊ะเป็นภรรยา ส่วนผู้ร้องเป็นบุตร และระบุในช่องมารดาบิดาผู้ให้กำเนิดว่า ผู้ร้องมีมารดาชื่อเจ๊ะน๊ะ บิดาชื่อดลหล้า สำเนาทะเบียนบ้านดังกล่าวเป็นเอกสารมหาชนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้นจึงต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้อง เมื่อโจทก์มิได้นำสืบหักล้างให้เห็นว่าข้อความตามที่ได้ระบุไว้นั้นไม่ถูกต้องจึงรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นบุตรของนายดลหล้าและมีฐานะเป็นทายาทโดยธรรม เมื่อนายดลหล้าถึงแก่ความตายผู้ร้องจึงเป็นทายาทผู้หนึ่งที่มีสิทธิได้รับมรดกเรือยนต์ของกลาง แม้ตามสำเนาทะเบียนบ้านจะปรากฏว่านายดลหล้ามีบุตรอื่นอีกหลายคน ก็ต้องถือว่าผู้ร้องมีสิทธิรับมรดกร่วมเป็นเจ้าของเรือยนต์ของกลางด้วยผู้หนึ่ง ดังนั้น ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสีย มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนเรือยนต์ของกลางคดีนี้ได้ การที่จำเลยทั้งสองนำเรือประมงของกลางเข้าไปจับปลาในเขตหวงห้าม แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของเรือประมงของกลางดังกล่าวมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด จึงสมควรคืนเรือยนต์ของกลางให้ผู้ร้องไปศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาให้คืนเรือยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องชอบแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนแต่เฉพาะเรือยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7115/2542 พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ โจทก์ นายสุกิต วงศ์กล้า ผู้ร้อง นายอับดลหร่อหมาน กูลหลัง กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 1359 , ม. 1599 ป.อ. ม. 36 ป.วิ.พ. ม. 84 , ม. 127