ฎีกาที่ 9264/2542
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
สัญญา เช่า พื้นที่ห้องชุด มีข้อความระบุไว้โดยแจ้งชัดว่าบริษัท บ. จำเลยที่ 1 เป็นผู้ เช่า แม้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นประธานกรรมการของจำเลยที่ 1 จะลงชื่อในสัญญา เช่า โดยไม่ได้ประทับตราของจำเลยที่ 1ตามข้อบังคับก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 ก็ยอมรับเอาผลของสัญญา เช่า ดังกล่าวโดยยินยอมให้บริษัท ซ. ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นประธานกรรมการเข้าไปครอบครองใช้พื้นที่ที่ เช่า จากโจทก์แล้ว ทั้ง ๆ ที่บริษัท ซ. มิได้เป็นคู่สัญญา เช่า กับโจทก์ ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ให้สัตยาบันแก่การกระทำของจำเลยที่ 2 และเข้าไปครอบครองใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่ เช่า จากโจทก์แล้ว สัญญา เช่า พื้นที่ห้องชุดดังกล่าวจึงมีผลผูกพันจำเลยที่ 1ในฐานะผู้ เช่า
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน371,760 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 18,588 บาท นับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะขนย้ายและส่งมอบห้องชุดพิพาทให้แก่โจทก์ให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากห้อง เช่า พร้อมส่งมอบให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 มิได้ทำสัญญา เช่า ห้องชุดกับโจทก์และมิได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ทำสัญญา เช่า ห้องชุดตามฟ้องไม่เคยเข้าครอบครองห้องชุดที่ เช่า และในหนังสือสัญญา เช่า ไม่มีตราประทับของบริษัทจำเลยที่ 1 จึงถือว่ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ ฟ้องร้องบังคับคดีแก่จำเลยที่ 1 ไม่ได้ จำเลยที่ 2 ทำการในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 1 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองไม่เคยได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาจากโจทก์ ค่าขาดประโยชน์ของโจทก์ที่เรียกร้องสูงเกินความจริง หากมีค่าเสียหายก็ไม่เกินเดือนละ5,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยที่ 1 และบริวารออกจากห้องชุดเลขที่ 218/20 ชั้นที่ 1 - 2 ชื่ออาคารชุดเลควิวคอนโดมิเนียม อาคารเจนีวาตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 163297 และให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน371,760 บาท ให้โจทก์ และอีกเดือนละ 5,000 บาท นับแต่เดือนกุมภาพันธ์2540 จนกว่าจำเลยที่ 1 และบริวารจะขนย้ายและส่งมอบห้องชุดคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะที่ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายเดือนละ 5,000 บาท นับแต่เดือนกุมภาพันธ์2540 เป็นต้นไป แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 1 ว่าจำเลยที่ 1 ทำสัญญา เช่า พื้นที่ห้องชุดจากโจทก์หรือไม่ และได้เข้าครอบครองทำประโยชน์แล้วหรือไม่ โจทก์มีตัวโจทก์เบิกความประกอบสัญญา เช่า พื้นที่ห้องชุดเอกสารหมาย จ.3 ว่า เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2538 จำเลยที่ 1โดยจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญา เช่า พื้นที่ห้องชุดเลขที่ 218/20 ชั้นที่ 1 - 2ในอาคารเจนีวา เนื้อที่ประมาณ 92 - 94 ตารางเมตร จากโจทก์มีกำหนด3 ปี ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2538 ถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2541 อัตราค่า เช่า เดือนละ 18,588 บาท ฝ่ายจำเลยมีนายประเวชน์ เอี่ยมสมุทรและนางเอมอรโชติเสวตร์ เบิกความเป็นพยาน โดยนายประเวชน์เบิกความว่าจำเลยที่ 2ได้ทำสัญญา เช่า พื้นที่ห้องชุดจากโจทก์และลงชื่อในสัญญาในฐานะผู้ เช่า ส่วนนางเอมอรเบิกความว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขอ เช่า พื้นที่ห้องชุดจากโจทก์โดยนางเอมอรให้จำเลยที่ 1 ไปร่างสัญญา เช่า แล้วนำไปให้โจทก์ลงชื่อในฐานะผู้ให้ เช่า ก่อน ขณะนางเอมอรเตรียมนำสัญญา เช่า ไปให้จำเลยที่ 2ผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ลงชื่อ จำเลยที่ 1 แจ้งว่าบริษัทซิตี้เซน(ประเทศไทย) จำกัด ได้ติดต่อขอ เช่า พื้นที่ห้องชุดของโจทก์เช่นกัน เห็นว่าสัญญา เช่า พื้นที่ห้องชุด เอกสารหมาย จ.3 มีข้อความระบุไว้โดยแจ้งชัดว่าบริษัทบางกอกแลนด์เอเจนซี่ จำกัด จำเลยที่ 1 เป็นผู้ เช่า แม้จำเลยที่ 2ซึ่งเป็นประธานกรรมการของจำเลยที่ 1 จะลงชื่อในสัญญา เช่า โดยไม่ได้ประทับตราของจำเลยที่ 1 ตามข้อบังคับในหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.2ก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 ก็ยอมรับเอาผลของสัญญา เช่า ดังกล่าวโดยยินยอมให้บริษัทซิตี้เซน (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นประธานกรรมการตามหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.8 เข้าไปครอบครองใช้พื้นที่ที่ เช่า จากโจทก์แล้วตามภาพถ่ายหมาย จ.4 ทั้ง ๆ ที่บริษัทซิตี้เซน (ประเทศไทย)จำกัด มิได้เป็นคู่สัญญา เช่า กับโจทก์ ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ให้สัตยาบันแก่การกระทำของจำเลยที่ 2 และเข้าไปครอบครองใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่ เช่า จากโจทก์แล้ว สัญญา เช่า พื้นที่ห้องชุดดังกล่าวจึงมีผลผูกพันจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ เช่า " พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9264/2542 นางสาว เกษมศรี ขันธิกุล โจทก์ บริษัท บางกอกแลนด์เอเจนซี่ จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 70 , ม. 71 , ม. 820 , ม. 821 , ม. 823