ฎีกาที่ 7696/2542
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เจ้าของที่ดินเดิมได้แบ่งแยกที่ดินแปลงใหญ่ออกเป็นแปลงย่อยรวม 26 แปลง แล้วจัดสรรขายแก่บุคคลทั่วไปโดยกันที่ดินส่วนที่เป็นทางพิพาท กว้าง 5 เมตร ยาว 80 เมตร เพื่อเป็นทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะของที่ดินแปลงย่อยทุกแปลงและเป็นทางภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรดังกล่าวตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินแปลงย่อยที่จัดสรรขายย่อมมีสิทธิใช้ประโยชน์ทางพิพาทได้ แม้โจทก์ที่ 1 มีทางออกสู่ถนนสาธารณะทางอื่นไม่จำเป็นต้องใช้ทางพิพาทและโจทก์ที่ 2 พักอาศัยอยู่ที่อื่นก็ตาม กรณียังไม่อาจถือได้ว่าทางพิพาทนั้นหมดประโยชน์แก่ที่ดินของโจทก์ทั้งสองที่จะใช้ออกสู่ทางสาธารณะ การที่จำเลยก่อสร้างรั้วและประตูลงในทางพิพาทย่อมเป็นการทำให้โจทก์ทั้งสองไม่ได้รับความสะดวก ถือว่าเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวก โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดที่จำเลยก่อสร้างออกไปเสียจากทางพิพาทได้ สภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับตามคำฟ้องของโจทก์เป็นการขอให้บังคับรื้อถอนรั้วประตูและหลังคาตลอดจนสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ที่กีดขวางออกไปเสียจากทางภาระจำยอม แล้วทำทางภาระจำยอมให้กลับสู่สภาพเดิม แต่โจทก์ทั้งสอง มิได้เป็นเจ้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์ในทางภาระจำยอมดังกล่าว และประเด็นข้อพิพาทก็คงมีเพียงว่า จำเลยได้ก่อสร้างรั้ว ประตู และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ในทางภาระจำยอมหรือไม่เท่านั้น และหากจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในทางพิพาทโดยการครอบครอง ทางพิพาทดังกล่าวก็ยังคงเป็นภาระจำยอมสำหรับที่ดินของโจทก์ทั้งสองเช่นเดิม คดีจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในทางพิพาทโดยการครอบครองแล้วหรือไม่ ฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่รื้อถอนรั้ว ประตูและหลังคาตลอดจนสิ่งของต่าง ๆ ที่กีดขวางออกไปให้พ้นเสียจากทางภาระจำยอม แล้วทำทางภาระจำยอมให้กลับสู่สภาพเดิม หากจำเลยทั้งสี่ไม่ฏิบัติตามให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้รื้อถอนแทนโดยจำเลยทั้งสี่เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 4 ให้การว่า ทางพิพาทไม่ใช่ทางภาระจำยอม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่ทำขึ้นในทางพิพาทกว้างประมาณ 5 เมตร ยาว 80 เมตร ในที่ดินโฉนดเลขที่ 9789 ตำบลทุ่งมหาเมฆ (สาธร) อำเภอบางรัก กรุงเทพมหานคร ออกจากที่ดินแปลงดังกล่าวพร้อมทั้งทำให้ที่ดินแปลงดังกล่าวมีสภาพดังที่เป็นอยู่เดิม จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เจ้าของที่ดินเดิมได้แบ่งแยกที่ดินแปลงดังกล่าวออกเป็นแปลงย่อยรวม 26 แปลง แล้วจัดสรรขายแก่บุคคลทั่วไปโดยกันที่ดินส่วนที่เป็นทางพิพาท กว้าง 5 เมตร ยาว 80 เมตร เพื่อเป็นทาง เข้าออกสู่ถนนสาธารณะของที่ดินแปลงย่อยทุกแปลงและเป็นทางภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรดังกล่าวตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2515 ข้อ 30 โจทก์ทั้งสองผู้ซื้อที่ดินแปลงย่อย ที่เจ้าของเดิมจัดสรรขายย่อมมีสิทธิใช้ประโยชน์ในทางพิพาทได้ และแม้ว่าโจทก์ที่ 1 จะมีทางออกสู่ถนนสาธารณะ ทางอื่นไม่จำเป็นต้องใช้ทางพิพาทและโจทก์ที่ 2 พักอาศัยอยู่ที่อื่นก็ตาม กรณียังไม่อาจถือได้ว่าทางพิพาทนั้น หมดประโยชน์แก่ที่ดินของโจทก์ทั้งสองที่จะใช้ออกสู่ทางสาธารณะ การที่จำเลยทั้งสี่ก่อสร้างรั้วและประตูลงใน ทางพิพาทย่อมเป็นการทำให้โจทก์ทั้งสองไม่ได้รับความสะดวก ถือว่าเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวก ฉะนั้นโจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสี่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดที่ตนก่อสร้างไว้ในทางพิพาทออกไปเสียจากทางพิพาทได้ ส่วนปัญหาที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาอีกข้อว่า จำเลยที่ 1 ได้กรรมสิทธิ์ในทางพิพาทโดยการครอบครองแล้วหรือไม่นั้น เห็นว่า สภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับตามคำฟ้องของโจทก์เป็นการขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่รื้อถอนรั้ว ประตู และหลังคาตลอดจนสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ที่กีดขวางทางภาระจำยอมออกไปเสียจากทางภาระจำยอมแล้วทำทางภาระจำยอมให้กลับสู่สภาพเดิม โดยที่โจทก์ทั้งสองมิได้เป็นเจ้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์ในทางภาระจำยอมดังกล่าว และแม้จำเลยที่ 4 จะให้การต่อสู้คดีว่าจำเลยที่ 1 ได้กรรมสิทธิ์ในทางพิพาทโดยการ ครอบครองปรปักษ์ แล้วก็ตาม ประเด็นข้อพิพาทก็คงมีเพียงว่า จำเลยทั้งสี่ได้ก่อสร้างรั้ว ประตู และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ในทางภาระจำยอมหรือไม่เท่านั้น และหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้กรรมสิทธิ์ในทางพิพาทโดยการครอบครองแล้ว ทางพิพาทดังกล่าวก็ยังคงเป็นภาระจำยอมสำหรับที่ดินของโจทก์ทั้งสองเช่นเดิม คดีจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1ได้กรรมสิทธิ์ในทางพิพาท โดยการครอบครองแล้วหรือไม่ พิพากษายืน . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7696/2542 นางวงจันทร์ ยุกตะนันทน์ กับพวก โจทก์ นายวิรัตน์ วิวัฒน์สกุลสุข กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 1387 , ม. 1400 ป.วิ.พ. ม. 249