ฎีกาที่ 6870/2541
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 ผู้กระทำผิดต้องเป็นผู้ครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย และได้เบียดบัง เอาทรัพย์เป็นของตนเองหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ส่วนความผิดตามมาตรา 353 ผู้กระทำความผิดต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์ของผู้อื่นหรือทรัพย์สินซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริตจนทำให้เกิดความเสียหาย สำหรับความผิดตามมาตรา 354 ต้องเป็นกรณี ที่ผู้กระทำความผิดมาตรา 352 หรือ 353 ได้กระทำในฐานะ ที่เป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาลหรือ ตามพินัยกรรม เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยหรือ ว.เป็นผู้ครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น และจำเลยไม่ได้เป็นผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์ของผู้อื่น และไม่ได้ มีฐานะเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาลหรือตามพินัยกรรม จำเลยจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นผู้กระทำความผิด ตามมาตรา 352 มาตรา 353 และมาตรา 354 ได้ เมื่อจำเลย ไม่สามารถกระทำผิดตามมาตราดังกล่าวได้ จำเลยจึงเป็นตัวการ ร่วมกับ ว. ในการกระทำความผิดตามมาตรา 83 ไม่ได้ การจดทะเบียนโอน มรดก ให้แก่ผู้จัดการ มรดก ในฐานะเป็นผู้จัดการ มรดก นั้น สามารถทำได้โดยไม่ต้องสอบถามทายาทอื่น แตกต่างกับการจดทะเบียนโอน มรดก ให้แก่ผู้จัดการ มรดก ในฐานะเป็นผู้รับ มรดก เอง ซึ่งจะต้องมีการบันทึกการยินยอม ของทายาทเจ้า มรดก ไว้ด้วย และเป็นการจดทะเบียนที่ดิน ประเภทมีทุนทรัพย์ เมื่อปรากฏว่า ว.ได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่า เหตุที่ไม่ได้โอน มรดก รายนี้ให้ทายาทอื่นด้วยนั้น เนื่องจาก ว. ได้แบ่ง มรดก ส่วนอื่นให้ไปแล้ว และจำเลยในฐานะทายาทได้ทำบันทึกให้ความยินยอม โดยที่ผู้จัดการ มรดก ยังไม่ได้แบ่ง มรดก รายอื่นให้แก่โจทก์ ทั้งสองซึ่งเป็นทายาทอื่นเลย จึงเป็นการที่จำเลยช่วงเหลือ ให้ ว. ผู้จัดการ มรดก ตามคำสั่งศาลได้จดทะเบียนโอน มรดก เป็นของ ว. ในฐานะผู้รับ มรดก เองอันเป็นการกระทำที่มีมูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353,354 ประกอบ 86 แล้ว
ย่อยาว
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352, 353, 354, 83 และ 86 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองในประเด็นแรกว่า คดีสำหรับจำเลย มีมูลเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับนายวิสันต์หรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ผู้กระทำผิดต้องเป็นผู้ครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย และได้เบียดบังเอาทรัพย์เป็นของตนเองหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353ผู้กระทำความผิดต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์ของผู้อื่นหรือทรัพย์สินซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริตจนทำให้เกิดความเสียหาย และมาตรา 354 ต้องเป็นกรณีที่ผู้กระทำความผิดมาตรา 352 หรือ 353 ได้กระทำในฐานะที่เป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาลหรือตามพินัยกรรม ดังนั้นจำเลยจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นผู้กระทำความผิดตามมาตรา 352มาตรา 353 และมาตรา 354 ได้ เพราะไม่ปรากฏว่าจำเลยหรือนายวิสันต์เป็นผู้ครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น และจำเลยไม่ได้เป็นผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์ของผู้อื่น และไม่ได้มีฐานะเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาลหรือตามพินัยกรรม เมื่อจำเลยไม่สามารถกระทำผิดตามมาตราดังกล่าวได้ จำเลยจึงเป็นตัวการร่วมกับนายวิสันต์ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ไม่ได้ คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองอีกว่า การที่จำเลยได้ให้ถ้อยคำยินยอมให้โอนที่ดิน มรดก ให้แก่นายวิสันต์และจำเลยไม่ได้คัดค้านในข้อความที่นายวิสันต์รับรองว่าที่ไม่ได้โอน มรดก รายนี้ให้ทายาทอื่นนั้น เนื่องจากได้แบ่ง มรดก อื่นให้ไปแล้วซึ่งโจทก์ทั้งสองอ้างว่าเป็นความเท็จนั้นเป็นการสนับสนุนการกระทำผิดของนายวิสันต์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีนายณรงค์ เนตรไสวข้าราชการสำนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐม สาขาสามพราน เบิกความเป็นพยานว่า ในกรณีจดทะเบียนโอน มรดก ให้แก่ผู้จัดการ มรดก นั้นแม้จะไม่มีการสอบสวนจำเลยไว้ เจ้าพนักงานที่ดินก็สามารถจดทะเบียนนิติกรรมรายนี้ได้และนางแก่นจันทร์ ดุลประศาสน์ พยานโจทก์ซึ่งเป็นข้าราชการสำนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐม สาขาสามพรานเบิกความว่า เมื่อมีการจดทะเบียนที่ดินแปลงใดมาเป็นชื่อผู้จัดการ มรดก แล้ว ผู้จัดการ มรดก สามารถขอจดทะเบียนโอนไปยังทายาทหรือบุคคลอื่นได้โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากทายาทของเจ้า มรดก ก่อน เนื่องจากเป็นอำนาจของผู้จัดการ มรดก ที่จะทำได้เหตุที่ต้องมีการสอบเกี่ยวกับทายาทของเจ้า มรดก ไว้ในคำขอโอน มรดก จะด้วยเหตุผลใด พยานไม่ทราบ ทราบแต่ว่าพยานมีหน้าที่ต้องสอบรายละเอียดเกี่ยวกับทายาทของเจ้า มรดก และบันทึกไว้ แต่ในการขอจดทะเบียนโอน มรดก นั้น หากมีทายาทคนใดคัดค้าน พยานจะเสนอเรื่องขอจดทะเบียนโอน มรดก นั้นให้หัวหน้างานเป็นผู้ดำเนินการต่อไปและพยานโจทก์ปากนี้เบิกความอีกว่า พยานได้บันทึกการยินยอมให้จดทะเบียนโอนที่ดินของจำเลยซึ่งเป็นทายาทเจ้า มรดก ไว้ด้วยตามคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐม สาขาสามพรานเนื่องจากการจดทะเบียนที่ดินนั้นเป็นประเภทมีทุนทรัพย์สูงแต่ทั้งนี้บันทึกเกี่ยวกับถ้อยคำของทายาทเจ้า มรดก ซึ่งไม่ได้เป็นผู้จัดการ มรดก นั้น หากไม่มีคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินให้บันทึกก็ไม่จำต้องบันทึกถ้อยคำของทายาทไว้ จากคำให้การของพยานโจทก์ทั้งสองปากเป็นที่เห็นได้ว่า การจดทะเบียนโอน มรดก ให้แก่ผู้จัดการ มรดก ในฐานะเป็นผู้จัดการ มรดก นั้น สามารถทำได้โดยไม่ต้องสอบถามทายาทอื่น ซึ่งแตกต่างกับการจดทะเบียนโอน มรดก ให้แก่ผู้จัดการ มรดก ในฐานะเป็นผู้รับ มรดก เอง ซึ่งจะต้องมีการบันทึกการยินยอมของทายาทเจ้า มรดก ไว้ด้วย และเป็นการจดทะเบียนที่ดินประเภทมีทุนทรัพย์ เมื่อปรากฏว่านายวิสันต์ได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่า เหตุที่ไม่ได้โอน มรดก รายนี้ให้ทายาทอื่นด้วยนั้น เนื่องจากนายวิสันต์ได้แบ่ง มรดก ส่วนอื่นให้ไปแล้วและจำเลยในฐานะทายาทได้ทำบันทึกให้ความยินยอมโดยที่ผู้จัดการ มรดก ยังไม่ได้แบ่ง มรดก รายอื่นให้แก่โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นทายาทอื่นเลยจึงเป็นการที่จำเลยช่วยเหลือให้นายวิสันต์ผู้จัดการ มรดก ตามคำสั่งศาลได้จดทะเบียนโอน มรดก เป็นของนายวิสันต์ในฐานะผู้รับ มรดก เองอันเป็นการกระทำที่มีมูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353, 354 ประกอบ 86 แล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์ทั้งสองไว้พิจารณาเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353, 354 ประกอบมาตรา 86 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6870/2541 นาง สุวรรณา ตรงคง สิน กับพวก โจทก์ นาย วิวัฒน์ ลิมปยารยะ จำเลย ป.อ. ม. 83 , ม. 86 , ม. 352 , ม. 353 , ม. 354