ฎีกาที่ 7363/2541
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยฎีกาอ้างว่า การ ซื้อขาย ที่ดินพิพาทเป็นการ ซื้อขาย ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นต้นเหตุสำคัญในการ เกิดภัยพิบัติถือว่าเป็นนิติกรรมซึ่งมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายอันเป็นโมฆะ แต่ไม่ปรากฏว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินต้นน้ำลำธารอันจะทำให้เกิดภัยพิบัติเป็นสาธารณภัยอย่างร้ายแรง ทั้งทางราชการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับ ค่าทดแทนที่ดินและค่ารื้อย้ายซึ่งมีชื่อจำเลยรวมอยู่ด้วย การประกาศดังกล่าวเป็นการยอมรับว่าผู้ที่มีสิทธิได้รับค่าทดแทน ที่ดิน คือ ผู้มีชื่อครอบครองที่ดินตามที่ถูกเวนคืน ดังนั้น สัญญาที่จำเลยขายการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ จึงไม่เป็นโมฆะ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าทดแทนพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 22 กันยายน 2537 ถึงวันฟ้องจำนวน 378,866.25 บาท ให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 378,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 378,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2537 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์เสร็จสิ้น แต่ดอกเบี้ยนับถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2537 ต้องไม่เกินกว่า 866.25 บาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าการ ซื้อขาย ที่ดินพิพาท เป็นการ ซื้อขาย ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นต้นเหตุสำคัญในการเกิดภัยพิบัติควรจะถือว่าเป็นนิติกรรมซึ่งมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายอันเป็นโมฆะ ก็ไม่ปรากฏว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินต้นน้ำลำธารอันการซื้อที่ดินนั้นจะทำให้เกิดภัยพิบัติเป็นสาธารณภัยอย่างร้ายแรง ตรงกันข้ามทางราชการกลับประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนที่ดินและค่ารื้อย้ายซึ่งจำเลยมีชื่อรวมอยู่ด้วย ตามประกาศดังกล่าวระบุชัดแจ้งถึงผู้มีสิทธิได้ค่าทดแทนที่ดินย่อมบ่งชัดว่าทางการยอมรับว่าผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนที่ดินเหล่านั้น คือผู้มีชื่อครอบครองที่ดินตามที่ถูกเวนคืนนั้นซึ่งรวมถึงจำเลยด้วย ดังนั้น สัญญา ซื้อขาย การครอบครอง ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์จึงไม่เป็นโมฆะ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7363/2541 นายบุญช่วย เจริญครบุรี โจทก์ นายทองเย็น ศรีจันโท จำเลย ป.พ.พ. ม. 150