ฎีกาที่ 6966/2541
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ขณะที่โจทก์ขอจดทะเบียน ภาษี มูลค่าเพิ่มในวันที่29 มกราคม 2535 โจทก์มีรายได้หรือมูลค่าของฐาน ภาษี ในปีที่ผ่านมาคือปี 2534 ไม่เกิน 1,200,000 บาทโจทก์ย่อมมีสิทธิจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษี มูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 82/16 ซึ่งเสีย ภาษี ในอัตราร้อยละ 1.5 ได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม2535 โจทก์มีรายได้หรือมูลค่าของฐาน ภาษี เพิ่มขึ้นเกินกว่า1,200,000 บาท โจทก์ก็ได้แจ้งเปลี่ยนแปลงเพื่อเสีย ภาษี ในอัตราร้อยละ 7 ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 82/18(2)เมื่อเดือนกันยายน 2535 พร้อมทั้งเสียค่าปรับในการที่แจ้งเปลี่ยนแปลงล่าช้ากว่ากำหนดด้วย ซึ่งแสดงว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตาม ขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในกฎหมายแล้ว นอกจากนี้มาตรา 82/18(2) ก็บัญญัติไว้ได้ความชัดเจนว่า เมื่อมูลค่าของฐาน ภาษี เกินกว่า 1,200,000 บาท ผู้ประกอบการไม่มีสิทธิคำนวณเสีย ภาษี มูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/16 คือ ร้อยละ 1.5 อีกต่อไป แสดงว่า ก่อนหน้านั้นผู้ประกอบการมีสิทธิที่จะเสีย ภาษี มูลค่าเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 1.5 นั่นเอง การที่โจทก์เสีย ภาษี มูลค่าเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 1.5 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2535 ถึง เดือนกรกฎาคม 2535 จึงเป็นการชอบด้วยบทบัญญัติในมาตรา 82/16 และมาตรา 82/18(2) ประกอบด้วยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐาน ภาษี ของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้ รับยกเว้น ภาษี มูลค่าเพิ่มและมูลค่าของฐาน ภาษี ของกิจการที่เสีย ภาษี มูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/16 แห่งประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ 237) พ.ศ. 2534 มาตรา 4
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินจังหวัดนครพนม ตามหนังสือแจ้งการประเมิน ภาษี มูลค่าเพิ่มเลขที่ 8480010/5/100972 ถึง 100988 ลงวันที่ 18มิถุนายน 2540 และเพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมิน ภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา เลขที่ 8480010/1/100778 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2540 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เลขที่กค 0848/86.1/2540 ถึงเลขที่กค 0848/86.12/2540 ลงวันที่ 26 กันยายน 2540 และยกเบี้ยปรับ ภาษี มูลค่าเพิ่มเดือนกันยายน 2535 ถึงเดือน ธันวาคม 2535 และเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม 2536 และยกเบี้ยปรับ ภาษี เงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ภาษี 2536 ด้วย จำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาล ภาษี อากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินจังหวัดนครพนมตามหนังสือแจ้งการประเมิน ภาษี มูลค่าเพิ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2535 ถึงกรกฎาคม 2535 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2540 ตั้งแต่เลขที่ 8480010/5/100972ถึงเลขที่ 8480010/5/100978 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ลงวันที่ 26 กันยายน 2540ตั้งแต่เลขที่กค 0848/86.7/2540 เสีย ส่วนคำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี ภาษี อากรวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเพียงประเด็นเดียวว่า การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์เกี่ยวกับ ภาษี มูลค่าเพิ่มที่โจทก์ต้องเสียสำหรับเดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคม 2535 ถูกต้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์มีรายได้ในปี ภาษี 2535 เป็นเงิน 2,384,046.90 บาท แสดงว่าโจทก์มีรายได้เกิน 1,200,000 บาท ในปีแรกที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งโจทก์ไม่มีสิทธิจดทะเบียน ภาษี มูลค่าเพิ่มชนิดไม่เต็มรูปแบบ คำนวณ ภาษี ในอัตราร้อยละ 1.5 นั้น เห็นว่า บทบัญญัติมาตรา 82/16 และมาตรา 82/18 แห่งประมวลรัษฎากรมิได้มีข้อความตอนใดให้ตีความได้ดังที่จำเลยฎีกาแต่อย่างใด เมื่อขณะที่โจทก์ขอจดทะเบียน ภาษี มูลค่าเพิ่มในวันที่29 มกราคม 2535 ตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 54 โจทก์มีรายได้หรือมูลค่าของฐาน ภาษี ในปีที่ผ่านมาคือปี 2534 ไม่เกิน 1,200,000 บาท ซึ่งจำเลยมิได้นำสืบโต้แย้ง โจทก์ย่อมมีสิทธิจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษี มูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/16 ซึ่งเสีย ภาษี ในอัตราร้อยละ 1.5 ได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2535 โจทก์มีรายได้หรือมูลค่าของฐาน ภาษี เพิ่มขึ้นเกินกว่า 1,200,000 บาท โจทก์ก็ได้แจ้งเปลี่ยนแปลงเพื่อเสีย ภาษี ในอัตราร้อยละ 7 ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 82/18(2) เมื่อเดือนกันยายน 2535 พร้อมทั้งเสียค่าปรับในการที่แจ้งเปลี่ยนแปลงล่าช้ากว่ากำหนดด้วย ซึ่งแสดงว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในกฎหมายแล้ว นอกจากนี้มาตรา 82/18(2) ก็บัญญัติไว้ได้ความชัดเจนว่า เมื่อมูลค่าของฐาน ภาษี เกินกว่า 1,200,000 บาท ผู้ประกอบการก็ไม่มีสิทธิคำนวณเสีย ภาษี มูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/16 คือ ร้อยละ 1.5อีกต่อไป แสดงว่า ก่อนหน้านั้นผู้ประกอบการมีสิทธิที่จะเสีย ภาษี มูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 นั่นเอง การที่โจทก์เสีย ภาษี มูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2535ถึงเดือนกรกฎาคม 2535 จึงเป็นการชอบด้วยบทบัญญัติในมาตรา 82/16 และมาตรา 82/18(2) ประกอบด้วยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐาน ภาษี ของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้น ภาษี มูลค่าเพิ่มและมูลค่าของฐาน ภาษี ของกิจการที่เสีย ภาษี มูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/16แห่งประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 237) พ.ศ. 2534 มาตรา 4การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์เกี่ยวกับ ภาษี มูลค่าเพิ่มที่โจทก์ต้องเสียสำหรับเดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคม 2535จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6966/2541 นาย ปริญญา ลิขิตโฆษิตกุล โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย ป.รัษฎากร ม. 82/16 , ม. 82/18 (2)