ฎีกาที่ 2921/2541
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ศาลชั้นต้นปรับลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 336 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อปรากฏว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลย ชิงทรัพย์ ของผู้เสียหายไปในเวลากลางคืน แต่ฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายว่า จำเลยฉกฉวยพาทรัพย์หนีไปต่อหน้า อันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ และคำขอท้ายฟ้องก็มิได้ขอให้ลงโทษฐานวิ่งราวทรัพย์ กรณีเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยฐานวิ่งราวทรัพย์ ศาลจึงลงโทษจำเลยฐานวิ่งราวทรัพย์ตามที่ได้ความในทางพิจารณาไม่ได้คงลงโทษจำเลยได้ในความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนตาม มาตรา 335(1) วรรคแรก เท่านั้น ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาแก้ไขให้ถูกต้องได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2538 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยได้ ชิงทรัพย์ เอาสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น ราคา 10,000 บาท พระเลี่ยมทอง 1 องค์ ราคา 1,500 บาท รวมเป็นเงิน11,500 บาท ของนางวราภรณ์ พิทยานุกูล ผู้เสียหายไป โดยจำเลยได้ชกต่อยผู้เสียหายเพื่อให้ความสะดวกแก่การ ชิงทรัพย์ หรือการพาทรัพย์นั้นไป ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้และให้พ้นจากการจับกุม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 จำเลยให้การปฏิเสธฐาน ชิงทรัพย์ แต่รับสารภาพว่ากระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 336 วรรคหนึ่ง ให้จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลดโทษและรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษแก่จำเลย และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคหนึ่ง นั้นเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลย ชิงทรัพย์ ของผู้เสียหายไปโดยไม่ได้บรรยายว่า จำเลยฉกฉวยพาทรัพย์หนีไปต่อหน้า อันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ และคำขอท้ายฟ้องก็มิได้ขอให้ลงโทษฐานวิ่งราวทรัพย์ จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ได้ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยฐานวิ่งราวทรัพย์ด้วย จะลงโทษฐานวิ่งราวทรัพย์ไม่ได้ คงลงโทษจำเลยได้ในความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) วรรคแรก เท่านั้น ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกาแก้ไขให้ถูกต้องได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1) วรรคแรก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2921/2541 พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด มีนบุรี โจทก์ นาย อรรนัท ฮุนตระกูล จำเลย ป.วิ.อ. ม. 192 , ม. 195