ฎีกาที่ 8225/2540
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องและผู้คัดค้านไม่ไปศาล ศาลชั้นต้นจึงงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งพิพากษาให้ผู้คัดค้านเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและให้อยู่ในความพิทักษ์ของผู้ร้อง และถือว่าผู้ร้องและผู้คัดค้านทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ต่อมาผู้คัดค้านโดยนายผู้คัดค้านยื่นฎีกาพร้อมกับคำร้องขอให้ไต่สวนและมีคำสั่งว่าผู้คัดค้านถึงแก่กรรมไปแล้ว และศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาแล้ว ดังนี้เมื่อปรากฎแล้ว ดังนี้ เมื่อปรากฎข้อเท็จจริงว่า ผู้คัดค้านถึงแก่กรรมก่อนที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคดีเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้คัดค้านจะรับ มรดก ความกันไม่ได้เช่นนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ผู้คัดค้านเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและอยู่ในความพิทักษ์ของผู้ร้อง จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วย
ย่อยาว
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า นายอนันต์ เวชชศาสตร์ บิดาผู้ร้องเจ็บป่วยเป็นประจำโดยผู้ร้องเป็นผู้ดูแลอุปการะเมื่อปี 2536 นายอนันต์ล้มป่วยลงอีก ลุกเดินและพูดจาไม่ได้ แพทย์ทำการรักษาโดยการผ่าตัดสมองหลายครั้งแต่ไม่หายเป็นปกติ นายอนันต์มีอาการความจำเสื่อม จำตัวเองไม่ได้และไม่มีความรู้สึกผิดชอบ โดยแพทย์ลงความเห็นว่าไม่สามารถทำนิติกรรมใด ๆ ได้ ผู้ร้องไม่เป็นผู้ต้องห้ามตามกฎหมาย ขอให้มีคำสั่งให้นายอนันต์ผู้คัดค้าน เป็นคนไร้ความสามารถและตั้งผู้ร้องเป็นผู้อนุบาล ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านมิได้วิกลจริตขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับเป็นว่า ผู้คัดค้านเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ ให้อยู่ในความพิทักษ์ของผู้ร้องโดยให้ผู้ร้องมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ให้ส่งคำสั่งศาลไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฎข้อเท็จจริงว่า ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2540เวลา 9 นาฬิกา ในการส่งหมายนัด ได้มีการส่งหมายนัดให้ทนายผู้คัดค้านได้ ส่วนผู้คัดค้านนั้นมีนางอรชร เวชชศาสตร์บุตรสาวซึ่งอยู่บ้านเดียวกันกับผู้คัดค้านรับหมายนัดแทนเมื่อถึงวันนัด ผู้ร้องและผู้คัดค้านไม่ไปศาล ศาลชั้นต้นจึงงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และถือว่าผู้ร้องและผู้คัดค้านทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้ว ต่อมาผู้คัดค้านโดยทนายผู้คัดค้านยื่นฎีกาพร้อมกับคำร้องขอให้ไต่สวนและมีคำสั่งว่าผู้คัดค้านถึงแก่กรรมไปแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาและนัดไต่สวนคำร้อง ครั้นถึงวันนัด ผู้ร้องแถลงรับว่าผู้คัดค้านถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2539ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อเท็จจริงปรากฎว่าผู้คัดค้านถึงแก่กรรมจึงไม่จำต้องไต่สวน และให้ส่งสำนวนมาศาลฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไป เห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้คัดค้านถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2539 ผู้คัดค้านจึงถึงแก่กรรมก่อนที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และคดีเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้คัดค้าน จะรับ มรดก ความกันไม่ได้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ผู้คัดค้านเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและอยู่ในความพิทักษ์ของผู้ร้องนั้น จึงไม่ชอบ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8225/2540 นาย นพรัตน์ เวชช ศาสตร์ ผู้ร้อง นาย อนันต์ เวชช ศาสตร์ ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 32 ป.วิ.พ. ม. 42 , ม. 44 , ม. 55 , ม. 131 , ม. 132 , ม. 144 , ม. 145