ฎีกาที่ 8393/2540
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ตราบใดที่ ที่ดิน พิพาทยังเป็น ที่ดิน มือเปล่าอยู่ย่อมครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ จะครอบครองปรปักษ์ได้ต่อเมื่อเป็น ที่ดิน มีโฉนด เพราะ ที่ดิน มีโฉนดเท่านั้นที่บุคคลอาจมีกรรมสิทธิ์ได้ ดังนี้ ระยะเวลาการเริ่มครอบครองปรปักษ์ต้องเริ่มนับแต่วันที่ ที่ดิน พิพาทมีโฉนด ที่ดิน พิพาทผู้ร้องครอบครองจนถึงวันยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ต่อศาลเพิ่งออกโฉนดมายังไม่ถึง10 ปี ผู้ร้องจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ผู้ร้องคงมีเพียงสิทธิครอบครองใน ที่ดิน พิพาทเท่านั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 กำหนดให้ศาลต้องสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ไม่ว่าคู่ความจะมีคำขอหรือไม่ แม้จะให้เป็นพับกันไปก็ต้องสั่งการที่ศาลชั้นต้นมิได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมศาลฎีกาจึงแก้ไขเสียให้ถูกต้อง
ย่อยาว
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ใน ที่ดิน โฉนดเลขที่ 9229 เนื้อที่ประมาณ17 ไร่ 1 งาน ซึ่งมีชื่อนายเหล็ก ปริโญชนะ ถือกรรมสิทธิ์ ศาลชั้นต้นประกาศนัดไต่สวนแล้ว ไม่มีผู้คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอ ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ตามที่ศาลชั้นต้นฟังมาว่า ที่ดิน พิพาทเป็น ที่ดิน ที่ออกโฉนดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน2539 เดิมเป็น ที่ดิน มือเปล่า มี น.ส.3 ก. นับแต่วันออกโฉนด ที่ดิน พิพาทจนถึงวันยื่นคำร้องขอต่อศาลผู้ร้องยังครอบครองมาไม่ถึง 10 ปี มีปัญหาต้องวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่า ผู้ร้องจะได้กรรมสิทธิ์ใน ที่ดิน พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 หรือไม่ เห็นว่า ตราบใดที่ ที่ดิน พิพาทยังเป็น ที่ดิน มือเปล่าอยู่ ย่อมครอบครองปรปักษ์ไม่ได้จะครอบครองปรปักษ์ได้ต่อเมื่อเป็น ที่ดิน มีโฉนด เพราะ ที่ดิน มีโฉนดเท่านั้นที่บุคคลอาจมีกรรมสิทธิ์ได้ ข้อเท็จจริงตามกรณีของผู้ร้องระยะเวลาการเริ่มครอบครองปรปักษ์ต้องเริ่มนับแต่วันที่วันที่ ที่ดิน พิพาทเพิ่งออกโฉนด เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2539 ระยะเวลาที่ผู้ร้องครอบครองจนถึงวันยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ต่อศาลจึงยังไม่ถึง 10 ปี ผู้ร้องจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ผู้ร้องคงมีเพียงสิทธิครอบครองใน ที่ดิน พิพาทเท่านั้น อนึ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 กำหนดให้ศาลต้องสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ไม่ว่าคู่ความจะมีคำขอหรือไม่แม้จะให้เป็นพับกันไปก็ต้องสั่ง แต่ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นปรากฏว่าศาลชั้นต้นมิได้สั่งให้เรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8393/2540 นายสม พงษ์ ภูผาผัน ผู้ร้อง ป.พ.พ. ม. 1382 ป.วิ.พ. ม. 161