ฎีกาที่ 9214/2539
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยในฐานะผู้จัดการ มรดก ของผู้ตายนำที่ดิน6แปลงอันเป็นทรัพย์ มรดก ของผู้ตายมาแบ่งปันให้แก่โจทก์ทั้งสองตามสิทธิการเป็นทายาทโดยธรรมส่วนจำเลยฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ทั้งสองรื้อถอนกำแพงและยุ้งข้าวออกไปจากที่ดินพร้อมทั้งให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเนื่องจากโจทก์ทั้งสองไม่ยอมออกไปจากที่ดินดังกล่าวซึ่งเป็นของจำเลยที่ได้รับการยกให้มาจากผู้ตายก่อนแล้วกับขอให้บังคับโจทก์ทั้งสองเสียค่าใช้จ่ายในการที่จำเลยดำเนินการเป็นผู้จัดการ มรดก ของผู้ตายตามคำสั่งของศาลชั้นต้นให้แก่จำเลยบางส่วนตามที่โจทก์ทั้งสองได้ตกลงกับจำเลยไว้ก่อนว่าจะร่วมเสียค่าใช้จ่ายในการนี้ให้แก่จำเลยในภายหลังดังนี้ตามฟ้องของโจทก์ทั้งสองเป็นการฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะผู้จัดการ มรดก ของผู้ตายแบ่งปันทรัพย์ มรดก ของผู้ตายให้แก่โจทก์ทั้งสองตามสิทธิการเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายแต่ตามฟ้องแย้งของจำเลยเป็นการฟ้องขอให้บังคับโจทก์ทั้งสองรับผิดต่อจำเลยเป็นการส่วนตัวทั้งสิ้นจึงเป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมที่ศาลจะรับฟ้องแย้งของจำเลยได้
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยในฐานะผู้จัดการ มรดก ของนายถม พันธ์ดี ผู้ตายนำที่ดิน 6 แปลงตามบัญชีทรัพย์ มรดก ของนายถม (เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 3)มาแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นทายาทของนายถมจำนวน 2 ใน 5 ส่วนคิดเป็นเนื้อที่รวม 44 ไร่ 3 งาน 22 ตารางวา จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การ ส่วนฟ้องแย้งเป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมไม่รับฟ้องแย้ง และจำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกนางบุญมา พันธ์ดี และนางบัวทอง พันธ์ดีหรือม่วงขาวทายาทของนายถมเข้ามาในคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีเป็นเรื่องแบ่ง มรดก ตามคำร้องไม่ปรากฏว่าจำเลยมีสิทธิฟ้องหรือถูกฟ้องเพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือเพื่อใช้ค่าทดแทน และจำเลยขอให้หมายเรียกทายาทมาเพื่อป้องกันการยักย้าย เปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ที่ดิน กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57(3) ให้ยกคำร้อง จำเลย อุทธรณ์ คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษายืน จำเลย ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อ 1 เท่านั้น ตามฎีกาของจำเลยในข้อ 1 กล่าวอ้างว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวกับฟ้องเดิม ขอให้รับฟ้องแย้งของจำเลย เห็นว่าโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยในฐานะผู้จัดการ มรดก ของนายถม พันธ์ดี ผู้ตายนำที่ดิน 6 แปลง อันเป็นทรัพย์ มรดก ของนายถมมาแบ่งปันให้แก่โจทก์ทั้งสองตามสิทธิการเป็นทายาทโดยธรรมของนายถม ส่วนจำเลยฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ทั้งสองรื้อถอนกำแพงและยุ้งข้าวออกไปจากที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองเลขที่ 105 หมู่ที่ 8 ตำบลโคกบีป อำเภอศรีมโหสถ (ศรีมาโพธิ์)จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมทั้งให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเนื่องจากโจทก์ทั้งสองไม่ยอมออกไปจากที่ดินดังกล่าวซึ่งเป็นของจำเลยที่ได้รับการยกให้มาจากนายถมก่อนแล้ว กับขอให้บังคับโจทก์ทั้งสองเสียค่าใช้จ่ายในการที่จำเลยดำเนินการเป็นผู้จัดการ มรดก ของนายถมตามคำสั่งของศาลชั้นต้นให้แก่จำเลยบางส่วนตามที่โจทก์ทั้งสองได้ตกลงกับจำเลยไว้ก่อนว่าจะร่วมเสียค่าใช้จ่ายในการนี้ให้แก่จำเลยในภายหลัง ดังนี้ ตามฟ้องของโจทก์ทั้งสองเป็นการฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะผู้จัดการ มรดก ของนายถมแบ่งปันทรัพย์ มรดก ของนายถมให้แก่โจทก์ทั้งสองตามสิทธิการเป็นทายาทโดยธรรมของนายถม แต่ตามฟ้องแย้งของจำเลยเป็นการฟ้องขอให้บังคับโจทก์ทั้งสองรับผิดต่อจำเลยเป็นการส่วนตัวทั้งสิ้นจึงเป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมแต่อย่างใด ศาลล่างทั้งสองไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9214/2539 นายผง พันธ์ดี กับพวก โจทก์ นาง เสงี่ยม บัวส่องใส จำเลย ป.วิ.พ. ม. 177 วรรคสาม