ฎีกาที่ 9270/2539
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
คดีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร้องขอให้เพิกถอนการโอนทรัพย์สินของผู้ล้มละลายกับผู้คัดค้านซึ่งต้องบังคับตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 114 อันเป็นกฎหมายพิเศษ มิใช่คดีแพ่งที่ฟ้องต่อศาลเกี่ยวกับผู้เยาว์ซึ่งต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แม้ผู้คัดค้านเป็นผู้เยาว์ก็ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลเยาวชนและ ครอบครัว ศาลที่พิจารณาคดีล้มละลายจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ได้
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลายเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2528 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 2 เด็ดขาดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2528 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2526 จำเลยที่ 2 ได้จดทะเบียนโอนให้กรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 31079พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสอง โดยไม่มีค่าตอบแทนและเป็นการกระทำภายในระหว่างระยะเวลาสามปีก่อนมีการขอให้จำเลยที่ 2 ล้มละลาย ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 31079 แขวงสามเสนนอก (บางซื้อฝั่งใต้)เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 29ระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านทั้งสอง และให้กลับคืนสู่ฐานะเดิมตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 114หากไม่สามารถกลับสู่ฐานะเดิมได้ ให้ผู้คัดค้านทั้งสองร่วมกันชดใช้ราคาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นเงิน 650,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ผู้คัดค้านทั้งสองไม่ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 71079 แขวงสามเสนนอก (บางซื้อฝั่งใต้)เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 29ระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านทั้งสอง ให้กลับคืนสู่ฐานะเดิมหากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ ให้ผู้คัดค้านทั้งสองชดใช้ราคาเป็นเงิน 650,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ผู้ร้องยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นอนุญาต ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นบุตรของนางยอดขวัญ สิทธวณรงค์หรือวงศรีโรจน์ เมื่อวันที่8 พฤศจิกายน 2519 จำเลยที่ 2 จดทะเบียนสมรสกับนางยอดขวัญโดยบอกว่าจำเลยที่ 2 ไม่เคยมีคู่สมรสมาก่อนเมื่อนางยอดขวัญทราบว่าจำเลยที่ 2 มีคู่สมรสอยู่ก่อนแล้วจึงได้จดทะเบียนหย่ากับจำเลยที่ 2 และเพื่อชดใช้ค่าเสียหายและระงับข้อพิพาท จำเลยที่ 2 ได้ทำบันทึกข้อตกลงยอมชำระค่าชดเชยให้แก่นางยอดขวัญโดยยอมโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสองมิใช่เป็นการโอนให้โดยเสน่หาไม่มีค่าตอบแทน การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องเป็นคดีนี้ย่อมกระทบต่อสิทธิในทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสองซึ่งเป็นผู้เยาว์ ต้องยื่นต่อศาลที่มีอำนาจพิจารณา คือศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจพิจารณา ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 31079แขวงสามเสนนอก (บางซื่อฝั่งใต้) เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 29 ตามหนังสือสัญญาในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านทั้งสองและให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ ให้ผู้คัดค้านทั้งสองร่วมกันชดใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 650,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ผู้คัดค้านทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลายเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2528 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 2 เด็ดขาดวันที่ 19 สิงหาคม 2528ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นบุตรผู้เยาว์ของจำเลยที่ 2ซึ่งเกิดกับนางยอดขวัญ สินธวณรงค์ และเมื่อวันที่11 กรกฎาคม 2526 จำเลยที่ 2 ได้จดทะเบียนให้ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 31079 แขวงสามเสนนอก (บางซื่อฝั่งใต้) เขตบางกะปิ(บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 29แก่ผู้คัดค้านทั้งสอง ตามสำเนาโฉนดที่ดินและสำเนาหนังสือสัญญาให้ที่ดินเอกสารหมาย ร.10 และ ร.11 ซึ่งเป็นการโอนภายในระยะเวลาสามปีก่อนมีการขอให้จำเลยที่ 2 ล้มละลาย คดีมีปัญหาตามฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสองในประการแรกว่าคดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่อยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและ ครอบครัว หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและ ครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและ ครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 11 บัญญัติว่า"ศาลเยาวชนและ ครอบครัว มีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในคดีต่อไปนี้ (3) คดี ครอบครัว ได้แก่คดีแพ่งที่ฟ้องหรือร้องขอต่อศาลหรือการกระทำใด ๆในทางศาลเกี่ยวกับผู้เยาว์หรือ ครอบครัว แล้วแต่กรณี ซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์" จากบทบัญญัติดังกล่าวคดีที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลเยาวชนและ ครอบครัว นั้น ต้องเกี่ยวด้วยสิทธิใน ครอบครัว หรือเป็นคดีที่มีบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ให้ความคุ้มครองผู้เยาว์เท่านั้น แต่คดีนี้เป็นคดีร้องขอให้เพิกถอนการโอนทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ผู้ล้มละลายซึ่งต้องบังคับตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 114 อันเป็นกฎหมายพิเศษ มิใช่คดีแพ่งที่ฟ้องต่อศาลเกี่ยวกับผู้เยาว์ซึ่งต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แม้ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นผู้เยาว์ คดีก็ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลเยาวชนและ ครอบครัว ดังที่ผู้คัดค้านทั้งสองฎีกาศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลที่พิจารณาคดีล้มละลายนั้นจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ได้ ฎีกาผู้คัดค้านทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะในส่วนดอกเบี้ยให้ผู้คัดค้านทั้งสองชำระนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9270/2539 ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด โจทก์ เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้อง เด็ก ชาย ขวัญ ชิร สินธวณรงค์ ฯ กับพวก ผู้คัดค้าน ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี.เชวาลเอ็นเตอร์ไพร์ส กับพวก จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ม. 11 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 114