ฎีกาที่ 2075/2539
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าบัตรเอทีเอ็มที่มีผู้นำไปถอนเงินในบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายจากเครื่องเอทีเอ็มเป็นบัตรเอทีเอ็มของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักไปและโจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์หรือ รับของโจร บัตรเอทีเอ็มมิได้ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์หรือ รับของโจร เงินในบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายที่ถอนไปดังนั้นหากจำเลยเป็นผู้นำบัตรเอทีเอ็มไปถอนเงินในบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายจำเลยก็ยังไม่มีความผิดตามฟ้อง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า มีคนร้ายลักบัตรเอทีเอ็มของผู้เสียหายไปโดยทุจริตต่อมามีผู้เห็นจำเลยครอบครองบัตรเอทีเอ็มดังกล่าวทั้งนี้โดยจำเลยเป็นคนร้ายลักบัตรเอทีเอ็มหรือ รับของโจร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1), 357 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาบัตรเอทีเอ็ม 1 บัตร ราคา 30 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาบัตรเอทีเอ็มแก่ผู้เสียหาย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลย อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ส่วนกำหนดโทษให้คงตามศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าบัตรเอทีเอ็มที่มีผู้นำไปถอนเงินในบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายจากเครื่องเอทีเอ็มเป็นบัตรเอทีเอ็มของผู้เสียหายที่คนร้ายลักไปดังนั้น หากจำเลยนำบัตรเอทีเอ็มไปถอนเงินในบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายจริง แต่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์หรือ รับของโจร บัตรเอทีเอ็ม มิใช่ฟ้องว่าลักทรัพย์หรือ รับของโจร เงินในบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายที่ถอนไป จำเลยย่อมไม่มีความผิดตามฟ้อง พิพากษากลับ ให้ยก ฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2075/2539 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาย พินัย พร้อมบูรณ์ จำเลย ป.อ. ม. 334 , ม. 357 ป.วิ.อ. ม. 192