ฎีกาที่ 6825/2538
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยเข้าไปในห้องพักอาศัยของผู้เสียหายเพื่อดูแลอาการเจ็บป่วยให้ย. มารดาผู้เสียหายแล้วลักเอาเงินของผู้เสียหายไปแต่จำเลยเข้าไปในห้องของผู้เสียหายก็เนื่องจากขณะที่จำเลยเดินผ่านห้องผู้เสียหายนั้นได้ยินเสียงย.ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดจำเลยจึงเข้าไปช่วยเหลือบีบนวดให้และพูดคุยเรื่องต่างๆกับย. ประมาณครึ่งชั่วโมงถือได้ว่าจำเลยเข้าไปโดยมีเหตุอันสมควรและได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้โดยปริยายแม้ย. จะมิใช่เจ้าของห้องแต่เป็นมารดาของผู้เสียหายย่อมมีอำนาจที่จะอนุญาตให้บุคคลใดเข้าไปในห้องได้ตามสมควรการที่จำเลยพบเห็นเงินอยู่ในลิ้นชักตู้เสื้อผ้าจึงถือโอกาสเอาไปเสียจึงไม่เป็นความผิดฐาน ลักทรัพย์ ในเคหสถานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา335(8)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2535 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยเข้าไปในห้องพักอาศัยของนายสมโชค ชาติศิริวัฒนาผู้เสียหาย โดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วลักเอาเงินสดจำนวน 11,000 บาทของผู้เสียหายไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(8) และคืนหรือใช้เงิน 11,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลย ให้การ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(8) (ที่ถูกมาตรา 335(1)(8) วรรคสาม) จำคุก 4 ปีให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 11,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยมิได้โต้แย้งกันฟังได้ยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยได้เข้าไปในห้องของผู้เสียหายเพื่อดูแลอาการเจ็บป่วยให้นางยูเอียวลั้ง มารดาผู้เสียหายแล้วออกจากห้องไป ต่อมาเมื่อผู้เสียหายกลับมาตรวจดูทรัพย์สินพบว่า เงินสดจำนวน 11,000 บาทที่เก็บไว้ในลิ้นชักตู้เสื้อผ้าหายไป พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักฟังได้ว่าจำเลยได้ลักเอาเงินของผู้เสียหายไปจริงที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดียังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยและพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น อย่างไรก็ดี ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เหตุที่จำเลยเข้าไปในห้องของผู้เสียหายก็เนื่องจากขณะที่จำเลยเดินผ่านห้องผู้เสียหายนั้นได้ยินเสียงนางยูเอียวลั้งร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด จำเลยจึงเข้าไปช่วยเหลือบีบนวดให้และพูดคุยเรื่องต่าง ๆ กับนางยูเอียวลั้งประมาณครึ่งชั่วโมง ถือได้ว่าจำเลยเข้าไปโดยมีเหตุอันสมควรและได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้โดยปริยายแม้นางยูเอียวลั้งจะมิใช่เจ้าของห้อง แต่เป็นมารดาของผู้เสียหายย่อมมีอำนาจที่จะอนุญาตให้บุคคลใดเข้าไปในห้องได้ตามสมควรการที่จำเลยพบเห็นเงินอยู่ในลิ้นชักตู้เสื้อผ้าจึงถือโอกาสเอาไปเสียการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐาน ลักทรัพย์ ในเคหสถานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(8) ที่ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยมีความผิดตามอนุมาตรานี้ด้วย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย" พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1) วรรคแรก ให้จำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนเงินหรือใช้เงินจำนวน 11,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6825/2538 อัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาว วิพัตรา ปักโคทานัง จำเลย ป.อ. ม. 335