ฎีกาที่ 6476/2538
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา336ทวิเป็นบทบัญญัติถึงเหตุที่จะทำให้ผู้กระทำความผิดตามมาตรา335ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆกึ่งหนึ่งหาใช่เป็นความผิดอีกบทหนึ่งต่างหากไม่ศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยมิได้ใช้อัตราโทษตามที่มาตรา336ทวิกำหนดไว้แต่คงพิพากษาว่าจำเลยที่3มีความผิดตามมาตรา335(1)(3)(8)ตามที่ศาลชั้นต้นยกขึ้นปรับและใช้อัตราโทษตามมาตรา335วรรคสามลงโทษจำเลยเป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน5ปีจำเลยที่3จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา218วรรคหนึ่ง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกัน ลักทรัพย์ ของผู้เสียหายไปโดยทุจริต หรือมิฉะนั้นร่วมกันรับของโจร ซึ่งทรัพย์ของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(3)(8), 336 ทวิ, 357, 83, 33 ริบของกลาง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(3)(8) วรรคสาม, 336 ทวิ, 83จำคุกคนละ 7 ปี 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกคนละ 5 ปี ริบไขควง 3 อัน ของกลาง คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(3)(8) วรรคสาม, 83 จำคุกคนละ5 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิเป็นบทบัญญัติถึงเหตุที่จะทำให้ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 335ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่งหาใช่เป็นความผิดอีกบทหนึ่งต่างหากไม่ ที่ศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาโดยมิได้ใช้อัตราโทษตามที่มาตรา 336 ทวิ กำหนดไว้แต่คงพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 335 (1)(3)(8)ตามที่ศาลชั้นต้นยกขึ้นปรับและใช้อัตราโทษตามมาตรา 365 วรรคสามลงโทษจำเลย จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จำเลยที่ 3 จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานโจทก์เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เข้าไป ลักทรัพย์ ในบ้านผู้เสียหายในเวลากลางคืน ต่อมาถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับพร้อมของกลาง จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า คืนเกิดเหตุจำเลยที่ 3 ขับรถจักรยานยนต์ไปพบจำเลยที่ 1 และที่ 2 ที่บ้านและร่วมดื่มสุรากันจำเลยที่ 3 ขอตัวกลับ จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงได้ฝากหัวจักรไปด้วย โดยช่วยค่าน้ำมันรถแก่จำเลยที่ 3 โดยจำเลยที่ 3 ไม่ทราบถึงการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 มาก่อน เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6476/2538 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาย พิษณุหรือแอ๊ด กั้นเกษ กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 335 , ม. 336 ทวิ ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคหนึ่ง