ฎีกาที่ 8447/2538
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
กรมสรรพากรมีสิทธินำหนี้ ภาษี อากรค้างมายื่นขอเฉลี่ยในคดีที่มีการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 290 วรรคสามได้ ถึงแม้มิใช่หนี้อันเกิดจากคำพิพากษาก็ตาม ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2534 ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอเฉลี่ยภายในวันที่ 22 สิงหาคม 2534 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคสี่มิใช่ต้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาด
ย่อยาว
คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระเงินจำนวน 6,819,561.64 บาท แก่โจทก์จำเลยผิดนัดโจทก์จึงขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดอายัดทรัพย์สินของจำเลย เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเครื่องจักร อุปกรณ์และเครื่องใช้สำนักงาน และได้นำออกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเฉลี่ยหนี้ ภาษี อากรค้างชำระจำนวน77,074,440.26 บาท จากเงินทั้งหมดที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลย โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยทรัพย์ของจำเลยที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดไป โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาข้อต่อไปโจทก์ฎีกาว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธินำหนี้ ภาษี อากรที่ประเมินมาขอเฉลี่ยได้เพราะมิใช่หนี้อันเกิดจากคำพิพากษานั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคสามบัญญัติว่า "เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วย ภาษี อากรในอันที่จะสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อชำระค่า ภาษี อากรค้างให้มีสิทธิขอเฉลี่ยในทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานดังกล่าวได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อนแล้วเช่นเดียวกับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามความในวรรคหนึ่ง แต่ถ้าเจ้าพนักงานมิได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อน ให้ขอเฉลี่ยได้ภายในบังคับของบทบัญญัติวรรคสอง" ดังนั้นผู้ร้องจึงมีสิทธินำหนี้ ภาษี อากรที่ประเมินมาขอเฉลี่ยได้ ถึงแม้มิใช่หนี้อันเกิดจากคำพิพากษาก็ตาม ปัญหาข้อต่อไปโจทก์ฎีกาว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์เข้ามาในคดีนี้ภายหลังที่ศาลได้มีคำสั่งขายทอดตลาดไปแล้วจึงพ้นกำหนดเวลาขอเฉลี่ยนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคสี่บัญญัติว่า "ในกรณีที่ยึดทรัพย์สินเพื่อขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น คำขอเช่นว่านี้ให้ยื่นก่อนสิ้นระยะเวลาสิบสี่วันนับแต่วันที่มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้น" คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าอนุญาตให้ขายทอดตลาดวันที่ 8 สิงหาคม 2534 ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอเฉลี่ยภายในวันที่ 22 สิงหาคม 2534 ได้ มิใช่ต้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดตามที่โจทก์ฎีกาแต่อย่างใด ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8447/2538 บริษัท แฟร์มอนท์ สเตท จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร ผู้ร้อง บริษัท ไซมิสทิน ซินติเกต จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. ม. 290