ฎีกาที่ 5730/2538
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นฐานพยายาม ฆ่า ผู้อื่นกระทงหนึ่งฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตกระทงหนึ่งแม้ข้อหาฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นจะต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแต่เมื่อจำเลยฎีกาเกี่ยวกับความผิดข้อหาดังกล่าวขึ้นมาและศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักบานของโจทก์และโจทก์ร่วมไม่พอรับฟังว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายแล้วศาลฎีกาก็มีอำนาจที่จะยกฟ้องในความผิดฐานนี้ได้ด้วยทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา185ประกอบมาตรา215และ225
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 91, 288 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และริบของกลาง จำเลย ให้การ ปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายหรั่ง สอนวดี ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาโจทก์ร่วมถึงแก่ความตายนางสายันต์ สอนวดีหรือสอนวะดี ภริยาโจทก์ร่วมขอเข้าดำเนินคดีต่างผู้ตาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก, 72 ทวิ วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพยายาม ฆ่า ผู้อื่นจำคุก 10 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน รวมเป็นจำคุก 10 ปี 6 เดือนคำขอและข้อหาอื่นให้ยก จำเลย อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืน จำเลย ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมที่นำสืบมาไม่มั่นคง กรณีมีความสงสัยตามสมควรว่า จำเลยได้เป็นผู้กระทำความผิดฐานพยายาม ฆ่า โจทก์ร่วมหรือไม่จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสองส่วนข้อหาพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับใบอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือน และศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษายืน ที่จำเลยฎีกาเกี่ยวกับความผิดข้อหาดังกล่าวขึ้นมาแม้จะต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ก็ตามเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมไม่พอรับฟังว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายแล้ว ศาลฎีกาก็มีอำนาจที่จะยกฟ้องในความผิดฐานนี้ได้ด้วย ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ประกอบมาตรา 215 และ 225 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาฐานพยายาม ฆ่า ผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 และข้อหาฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก, 72 ทวิ วรรคสอง เสียด้วยนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5730/2538 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย หรั่ง สอนวดี โดย นาง สายันต์ สอนวดีหรือสอนวะดี โจทก์ ผู้ เข้า ดำเนินคดี ต่าง ผู้ตาย โจทก์ นาย ก้อน กองมูล จำเลย ป.อ. ม. 80 , ม. 288 ป.วิ.อ. ม. 185 , ม. 215 , ม. 225 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม. 8 ทวิ วรรคแรก , ม. 72 ทวิ วรรคสอง