ฎีกาที่ 9018/2538
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องจำเลยที่1ผู้ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ด้วยถ้อยคำซึ่งเป็นการ หมิ่นประมาท โจทก์และจำเลยที่2บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ซึ่งได้ลงข้อความที่จำเลยที่1ให้สัมภาษณ์ดังกล่าวอันเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติการพิมพ์ถือว่าโจทก์ฟ้องจำเลยที่2ในความผิดฐาน หมิ่นประมาท ด้วยจึงเป็นความผิดเกี่ยวพันกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา24(2)แม้ว่าจำเลยที่1จะให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวที่กรุงเทพมหานครแต่หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นได้ออกวางจำหน่ายทั่วราชอาณาจักรซึ่งรวมทั้งจังหวัดประทุมอันถือว่าความผิดได้เกิดในจังหวัดปทุมธานีด้วยโจทก์จึงฟ้องจำเลยที่1และที่2ต่อศาลจังหวัดปทุมธานีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา22และมาตรา24ศาลจังหวัดปทุมธานีมีอำนาจพิจารณาคดีนี้ได้แม้ต่อมาโจทก์จะถอนฟ้องจำเลยที่2ก็หามีผลทำให้ศาลจังหวัดปทุมธานีไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีต่อไปไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326, 328, 83 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ในวันนัดพร้อม ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องสืบพยานจึงให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยนัดฟังคำพิพากษา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลย ที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สามโดยให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐอันเป็นการ หมิ่นประมาท โจทก์ และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้ลงข้อความที่จำเลยที่ 1 ให้สัมภาษณ์ หมิ่นประมาท โจทก์ดังกล่าวในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2535ออกจำหน่ายทั่วราชอาณาจักร อันเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติการพิมพ์ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ถือว่าโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ในความผิดฐาน หมิ่นประมาท ด้วย กรณีตามคำฟ้องโจทก์จึงเป็นความผิดเกี่ยวพันกันโดยความผิดฐานได้กระทำลงโดยมีเจตนาอย่างเดียวกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 24(2)ดังนี้ แม้จำเลยที่ 1 จะให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งตั้งอยู่แขวงป้อมปราบเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร อันความผิดเกิดในกรุงเทพมหานคร ก็ตาม แต่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่จำเลยที่ 2 ลงข้อความที่จำเลยที่ 1 ให้สัมภาษณ์นั้นออกจำหน่ายทั่วราชอาณาจักรซึ่งรวมทั้งจังหวัดปทุมธานี อันถือว่าความผิดได้เกิดในจังหวัดปทุมธานีด้วย โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อศาลจังหวัดปทุมธานีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 22 และมาตรา 24 ศาลจังหวัดปทุมธานีมีอำนาจพิจารณาคดีนี้ได้ แม้ต่อมาโจทก์จะถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ก็หามีผลทำให้ศาลจังหวัดปทุมธานีไม่มีอำนาจพิจารณาคดีต่อไปไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9018/2538 นาย เฉลิมชัย เล็กชุม โจทก์ นาย ยุกติ สาริกะภูติ กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 326 , ม. 328 ป.วิ.อ. ม. 22 , ม. 24 พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 ม. 48