ฎีกาที่ 6539/2537
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 104
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 104 ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวมีอำนาจใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนแทนการลงโทษอาญาหรือวิธีการเพื่อความปลอดภัยได้ดังต่อไปนี้ (1) เปลี่ยนโทษจำคุกหรือวิธีการเพื่อคว...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 124
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 124 คดีที่ศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวได้พิพากษาหรือมีคำสั่ง ให้ฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นไปยังศาลฎีกาได้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความเ...
ย่อสั้น
การเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง มิได้เป็นการลงโทษจำเลยที่ 1 โดยจำคุกเกิน 5 ปี เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและ ครอบครัว ฯ มาตรา 124ที่จำเลยฎีกาว่า ผู้เสียหายจำหน้าจำเลยไม่ได้ คำเบิกความของผู้เสียหายและเอกสารพยานโจทก์มีพิรุธ คำเบิกความของผู้เสียหายคดีนี้แตกต่างกับคำเบิกความอีกคดีหนึ่งในข้อสำคัญ และจำเลยให้การชั้นสอบสวนเพราะถูกบังคับ เป็นการฎีกาเกี่ยวกับดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้าม
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 340 วรรคสอง, 340 ตรี, 371 จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง, 340 ตรี, 371 ขณะกระทำผิดจำเลยทั้งสองอายุ 17 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยทั้งสองคนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 แล้ว ให้เรียงกระทงลงโทษ ลงโทษฐานปล้นทรัพย์จำคุกคนละ 9 ปี ฐานพาอาวุธปรับคนละ45 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสาม ลดโทษให้จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปีและปรับ 30 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือน และปรับ21.50 บาท ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยทั้งสองไปฝึกอบรมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลางมีกำหนดคนละ 2 ปีตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและ ครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและ ครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 104(2) โดยให้นับการฝึกอบรมจำเลยที่ 2 ต่อจากระยะเวลาฝึกอบรมในคดีหมายเลขดำที่ 378/2535 หมายเลขแดงที่ 1737/2535 และคดีหมายเลขดำที่ 741/2535หมายเลขแดงที่ 1320/2535 ของศาลชั้นต้น และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 10,000 บาท แก่ผู้เสียหายถ้าจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับให้ฝึกอบรมเพิ่มคนละ 1 วันยกคำขออื่น จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและ ครอบครัว วินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี และปรับ 30 บาท เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการส่งตัวไปฝึกอบรมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง มีกำหนด 2 ปี ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและ ครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและ ครอบครัว พ.ศ. 2534มาตรา 104(2) การเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการส่งตัวไปฝึกอบรมดังกล่าวนั้นมิได้ลงโทษจำเลยที่ 1 โดยจำคุกเกิน 5 ปี ดังนี้ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา218 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 124 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและ ครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและ ครอบครัว พ.ศ. 2534ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าผู้เสียหายจำหน้าจำเลยที่ 1 ไม่ได้ก็ดีคำเบิกความของผู้เสียหายและเอกสารพยานโจทก์มีพิรุธก็ดี คำเบิกความของผู้เสียหายคดีนี้แตกต่างกับคำเบิกความอีกคดีหนึ่งในข้อสำคัญก็ดีและจำเลยที่ 1 ให้การชั้นสอบสวนเพราะถูกบังคับก็ดีเป็นการฎีกาเกี่ยวกับดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ฎีกาของจำเลยที่ 1 จึงต้องห้าม ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6539/2537 พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ นาย พรศักดิ์ ธรรม ประเสริฐ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ม. 104 (2) , ม. 124