ฎีกาที่ 7082/2537
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ปัญหาว่า น.ส.3 ก. ออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่ได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทหรือไม่มีคำขอของคู่ความให้วินิจฉัย ศาลก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ จำเลยเป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทจาก ท. และครอบครองมาโดยตลอดส่วนโจทก์มีชื่อเป็นผู้ทรงสิทธิครอบครองตาม น.ส. 3 ก.ในที่ดินพิพาทเพราะโจทก์รับสมอ้างไปดำเนินการแทนจำเลยเท่านั้นแสดงว่ามีการออก น.ส.3 ก. ในนามโจทก์ ทั้งที่โจทก์มิได้เป็นผู้ซื้อและครอบครองที่ดินพิพาท เป็นการออกโดยฝ่าฝืนต่อ ประมวลกฎหมายที่ดิน จึงไม่มีผลเป็น น.ส.3 ก. โจทก์และจำเลยต่างไม่มีสิทธิจะใช้ประโยชน์จาก น.ส.3 ก. ดังกล่าวได้ เมื่อ น.ส.3 ก.นั้นออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นสมควรให้เพิกถอนน.ส.3 ก. ฉบับนั้นเสียด้วย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิครอบครองที่ดินตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 1899 โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยนำที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียน จำนอง เพื่อประกันหนี้เงินกู้ของจำเลยแก่ธนาคารกรุงเทพฯ ต่อมาโจทก์จะไถ่ถอน จำนอง และขอรับ น.ส.3 ก. คืน ปรากฎว่าจำเลยได้ชำระหนี้เงินยืมและรับ น.ส.3 ก. คืนจากธนาคารไปก่อนแล้วขอให้บังคับจำเลยส่งมอบ น.ส.3 ก. คืนโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินโจทก์ และชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นของจำเลยเมื่อทางราชการสำรวจรังวัดออก น.ส.3 ก. จำเลยสมรู้กับโจทก์ให้โจทก์แสดงตนเป็นผู้ครอบครองแจ้งการครอบครองต่อสำนักงานที่ดินอำเภอ เพื่อปกปิดเจ้าหนี้ จำเลยมิให้ยึดที่ดินจำเลยภายหลังเมื่อที่ดินมี น.ส. 3 ก. เมื่อโจทก์ได้ น.ส.3 ก. แล้วโจทก์มอบ น.ส.3 ก. ให้จำเลยซึ่งเป็นตัวการไม่เปิดเผยชื่อโจทก์ฟ้องคดีโดยไม่สุจริต ทำให้จำเลยเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง และบังคับโจทก์แก้ชื่อใน น.ส.3 ก. เลขที่ 1899 เป็นชื่อจำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่มีความเสียหาย ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นรับฟ้องแย้งเฉพาะคำฟ้องส่วนที่ว่า จำเลยสมรู้กับโจทก์ในการแจ้งการครอบครองที่ดินไว้พิจารณา แล้วพิพากษายกฟ้องและฟ้องแย้ง โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ว่า จำเลยเป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทจากนายเทพชัย ปัญญาโน และจำเลยครอบครองที่ดินมาโดยตลอด ส่วนโจทก์มีชื่อเป็นผู้ทรงสิทธิครอบครองตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทเพราะโจทก์รับสมอ้างไปดำเนินการแทนจำเลยเท่านั้นแสดงว่ามีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในนามโจทก์ทั้งที่โจทก์มิได้เป็นผู้ซื้อและครอบครองที่ดินพิพาท เป็นการออกโดยฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวจึงไม่มีผลเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามประมวลกฎหมายที่ดินทั้งโจทก์และจำเลยต่างไม่มีสิทธิจะใช้ประโยชน์จากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวได้ ที่จำเลยฎีกาว่าข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยมิใช่ประเด็นข้อพิพาท เป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกเหนือจากที่ปรากฎในคำฟ้องคำให้การและฟ้องแย้งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา142 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่าปัญหาว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้ไม่ได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทหรือไม่มีคำขอของคู่ความให้วินิจฉัย ศาลก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาชอบแล้ว เมื่อหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินพิพาทออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) ดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นสมควรให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ฉบับนั้นเสียด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) เลขที่ 1899 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7082/2537 นาย เกียรติศักดิ์ ภัก ดีผล โจทก์ นาย จรูณ แซ่ คู จำเลย ป.วิ.พ. ม. 142 (5) ป.ที่ดิน ม. 58 , ม. 58 ทวิ